มือปืน โหด ขับจักรยานยนต์ ประกบยิง “พิ นาเกลือ” การ์ดผับดังจากด้านหลัง กระสุนทะลุชายโครง นอนจมกองเลือดเสียชีวิตกลางถนนพัทยา เมีย เผยปมเมื่อ 2 วันก่อน
เมื่อเวลา 06.16 น. วันที่ 31 ม.ค.2567 ร.ต.อ.สมบัติ แก้วมูลมุข รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน บริเวณสี่แยกไฟจราจรพัทยาเหนือ ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ ธรรมสถานเมืองพัทยา
ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ125 ทะเบียน งทจ548 ชลบุรี สภาพล้มคว่ำอยู่กลางถนนช่วงบริเวณจุดกลับรถพัทยาเหนือ พบร่าง นายปัญญา (ขอสงวนามสกุล) หรือ พิ นาเกลือ อายุ 39 ปี การ์ดสถานบันเทิงย่านพัทยา
สภาพนอนจมกองเลือด ถูกกระสุนเข้าที่ด้านหลัง 3 รูทะลุออกชายโครงด้านซ้าย เจ้าหน้าที่เร่งปั๊มหัวใจยื้อชีวิต ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่ง แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 4 นัด และหัวกระสุนปืน 1 นัด ตกอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบถาม นายเต้ย (นามสมมติ) ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ขณะที่ตนขับรถมาบนถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าขึ้นชลบุรี สังเกตผู้ตายจอดรอสัญญาณไฟอยู่ในช่วงยูเทิร์นกลับรถ จังหวะนั้นคนร้ายขับรถเข้ามาประกบแล้วจ่อยิงเข้าด้านหลังในระยะเผาขน จนรถล้ม ก่อนที่คนจะฟุบลงไปนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นถนน จึงรีบหยุดรถแล้วลงมาดูผู้บาดเจ็บ โทรแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ
ด้าน น.ส.มาลินี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ภรรยาของผู้ตาย พอทราบเรื่องว่าสามีถูกยิง จึงรีบเดินทางมาที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นสภาพสามีนอนเจ็บจมกองเลือด ก็ถึงกับเข่าทรุดร้องไห้
น.ส.มาลินี กล่าวว่า เมื่อ 2 วันก่อน มีปัญหากับคนข้างบ้าน ชกต่อยกัน และมีปัญหาระหองระแหงกันมาตลอด โดยมีการท้าทายให้เอาปืนออกมายิงกัน แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าผิดใจกันเรื่องอะไร เพราะทั้งคู่ก็เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน จนกระทั่งมาเกิดเหตุในวันนี้
เบื้องต้น พ.ต.อ.นาวิน สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ขณะที่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้อย่างชัดเจน ขณะที่ผู้ตายจอดรถรอข้ามถนน โดยไม่ได้ระมัดระวังตัว ผู้ก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ตามมาแล้วชักปืนยิงในระยะเผาขนจนผู้ตายล้มทั้งคนและรถ ก่อนจะเร่งเครื่องหลบหนีไป
เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นปัญหาผิดใจกันส่วนตัว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างการเกาะรอยไล่ล่าผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป




