บิ๊กเต่า เผยเหตุไฟไหม้ กระทรวงเกษตร ไม่ส่งผลรูปคดี เตรียมออกหมายจับ เพิ่มอีก 1 ราย เป็นคนใกล้ชิด ส่วนผู้เสียหาย 2 กลุ่มใหญ่ จ่อแจ้งความแก๊งตบทรัพย์เพิ่ม

กรณีการจับกุมนายเอกลักษณ์ วารีชล หรือเอก ปากน้ำ อายุ 47 ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินสำหรับตนเองโดยมิชอบฯ หลังร่วมกับนายศรีสุวรรณ จรรยา , นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก และ น.ส.พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์หรือการ์ตูน

ข่มขู่เรียกรับเงินนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์อธิบดีกรมการข้าว แลกกับการยุติเรื่องร้องเรียนทุจริต ก่อนมีการเข้าตรวจค้นบ้านพักอดีตภรรยานายเอกลักษณ์ภายในหมู่บ้านเพชรเกษม 3 ย่านบางแค พบเอกสารต้องสงสัย พร้อมสมุดบัญชีธนาคารชื่อของนายเอกลักษณ์ พบมียอดเงินเหลืออยู่ 5 หมื่นบาทตามที่เป็นข่าวไปแล้ว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2567 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ พบว่าเอกสารที่นายอัจฉริยะนำมามอบให้ค่อนข้างมีประโยชน์ต่อคดี ซึ่งก็จะนำหลักฐานนี้ไปรวมกับสำนวนที่ทำไปแล้ว เนื่องจากตามพฤติการณ์ดังกล่าวค่อนข้างสอดคล้องกับแนวทางการสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว

คดีนี้มีการออกหมายเรียกพยานมีทั้งข้าราชการและพลเรือน มาให้ปากคำไปแล้วกว่า 10 ราย ภายในสัปดาห์นี้ จะมีการเสนอศาลขอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่ม อีก 1 ราย ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดกับ 1 ใน 4 ผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว

ส่วนผู้ต้องสงสัยที่เป็นเจ้าของบัญชีม้า สมัครใจที่จะเข้าให้ข้อมูล พนักงานสอบสวนจึงยังไม่ต้องออกหมายจับ เพียงแต่ต้องเรียกตัวมาสอบ ว่ามีความเกี่ยวข้องอย่างไร ทำไมบัญชีธนาคารของตนเองถึงตกไปอยู่ในกลุ่มผู้ต้องหาได้

ส่วนกรณีของผู้เสียหายในวงอื่นๆ ขณะนี้ติดต่อมายังตนจำนวน 2 กลุ่ม แต่ยังไม่มีการเข้ามาแจ้งความแต่อย่างใด ทราบว่าอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์

ส่วนเหตุไฟไหม้กระทรวงเกษตร ตนมองว่าไม่น่าผิดปกติอะไร เพราะมองไม่เห็นว่าจะมีหลักฐานอะไรที่เกี่ยวข้องอยู่ในห้องที่เกิดเหตุ และถึงแม้หลักฐานจะถูกเผาทำลายไปแล้วก็ไม่ได้ส่งผลอะไร เพราะหลักฐานที่ตำรวจมีก็อยู่ก็เพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้แล้ว

อย่างไรก็ตามก็ต้องรอให้ทางพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ ถึงจะทราบได้ว่ามีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทางคดีเสียหายหรือไม่

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวต่อถึงกรณีผู้เสียหายรายอื่นที่ยังไม่กล้าเข้าแจ้งความ เพราะกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีไปด้วย เนื่องจากมีส่วนทุจริตด้วย เรื่องนี้ตนยอมรับว่าเป็นปัญหาสำคัญ จนทำให้ไม่สามารถขยายผลการดำเนินคดีได้ จึงอยากให้ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความเพิ่ม

ตนอยากให้แยกแยะ เพราะคดีการตบทรัพย์ถือเป็นการกระทำความผิดที่สมบูรณ์แล้ว สามารถจะเอาผิดกับผู้ต้องหาได้แน่ๆ ส่วนการทุจริตนั้นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของตัวผู้เสียหายเอง

วันเดียวกันพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.มีหนังสือแต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนในคดีตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว โดยให้พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก.เป็นหัวหน้า คณะทำงานและให้ตำรวจกองบังคับการปราบปราม

เข้ามาช่วยทำคดีทั้งการสืบสวนและสอบสวน เนื่องจากเห็นว่าคดีขยายขอบเขตการสืบสวนสอบสวนไปมาก มีพยานหลักฐานที่ต้องตรวจสอบเป็นจำนวนมาก จนอาจทำให้สำนวนล่าช้า ไม่ทันส่งสำนวนให้อัยการคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ ซึ่งมีกำหนดเวลาอีก 2 เดือน หรือ 6 ผัดฟ้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน