หนุ่มคลั่งยา ฆ่าเมียหมกมุ้ง ไล่ตีคนในซอย ชาวบ้านโดนลูกหลงเจ็บอีก อ้างพระยูไลสั่ง ยอมรับเสพไปแค่ 4 เม็ด ไม่ถึง 5 เม็ด

วันที่ 30 มี.ค. 67 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งว่า เกิดเหตุชายคลั่งไล่ทำร้ายชาวบ้าน ในซอยประชาสันติ 10 ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี ตรวจสอบในบ้านพบว่ามีคนเสียชีวิตเป็นภรรยาของคนก่อเหตุ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปพบชาวบ้านกำลังจับ นายบุญช่วย อายุ 49 ปี ตำรวจจึงคุมตัวไปยัง สภ.เมืองอุดรธานี

ตรวจสอบวงจรปิดในซอยพบ นายบุญช่วย ไล่ทำร้ายคนที่เดินผ่าน จากนั้นชาวบ้านหลายคนช่วยกันจับล็อกลงกับพื้น และใช้เชือกมัดแขนมัดขาเอาไว้

ต่อมา พ.ต.ท.บรรจง พาโคตร สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อม ตร.ชุดสืบสวน สภ.เมือง รุดไปยังที่เกิดเหตุตรวจสอบภายในบ้านของผู้ก่อเหตุ พบศพ น.ส.พนิดา อายุ 38 ปี ภรรยา นายบุญช่วย เสียชีวิตคามุ้งภายในห้องนอน จึงประสานนิติเวชโรงพยาบาลอุดรธานี

เบื้องต้นพบว่าถูกตีด้วยของแข็งที่ท้ายทอยจนเป็นแผลฉีกขาด และตามลำตัวมีรอยฟกช้ำ คาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ที่เกิดเหตุพบด้ามจอบเป็นไม้อยู่ภายในบ้าน มีรอยนิ้วมือเปื้อนเลือด และรอยเลือดที่ปลายอีกด้าน ตำรวจจึงตรวจยึดเป็นของกลาง

ขณะเดียวกันภายในบ้านพบว่ามีสังกะสีคล้ายถูกฟันด้วยของมีคม หลอดไฟแตก และมีซองยารักษาอาการป่วยจิตเวช ระบุชื่อนายบุญช่วย อยู่จำนวนหนึ่ง

นายบุญช่วย หลังก่อเหตุยังมีอาการหลอน บอกว่า ตนชื่อมหาเทพมุนี เมื่อเช้านั้นพระยูไลสั่งให้ไปตบตาฉลองสั่งสอน ไป 2-3 ที จากนั้นมันก็วิ่งมารุมผมใหญ่เลย ยอมรับว่าเสพยาล่าสุดเสพไป 4 เม็ด ไม่ถึง 5 เม็ดเลย

ด้านนายพยนศักดิ์ โสมะคุณานนท์ อายุ 72 ปี ประธานชุมชน กล่าวว่า นายบุญช่วย ป่วยจิตเวช เนื่องจากเสพยามาเยอะ ปีที่แล้วก็เผาบ้านตัวเองจนวอด ตอนนี้เหลือแต่เสาบ้าน จนต้องสร้างกระต๊อบหลังเล็ก ๆ อยู่หลังบ้านที่ตัวเองเผา เขาอยู่กับเมียสองคนเพราะพ่อแม่ตายหมดแล้ว วันดีคืนดีก็จะได้ยินเสียงร้องคนเดียวภายในบ้าน บางครั้งก็ทะเลาะเมีย ครั้งนี้หนักสุดฆ่าเมีย คาดไม่ได้กินยาอาการจึงกำเริบ

ส่วน นายธิติวัฒิ ชัยศรีชาติ อายุ 47 ปี กล่าวว่า เช้าวันนี้ขณะตนกำลังเช็ดรถยนต์อยู่หน้าบ้าน เห็นผู้ก่อเหตุเดินมาจากทางบ้าน ตนก็ถามว่าไปไหนมา ผู้ก่อเหตุก็ชี้หน้าวิ่งมาหาตนจะตี ตนจึงปกป้องตัวเอง ชกต่อยกันบริเวณหน้าบ้านอีกหลังนึง

ต่อมาพ่อและหลานออกมาช่วยและสามารถจับกุมได้ แต่พ่อได้รับบาดเจ็บตรงข้อมือ สำหรับพฤติกรรมของคนที่ก่อเหตุนั้นพักหลังไม่ค่อยพูดคุยกับคน ส่วนตัวคิดว่าเป็นเพราะอาการทางประสาทกำเริบ

ทั้งนี้คนก่อเหตุเคยตีทำร้ายพระมาแล้ว 1 ครั้ง ปีที่แล้วก็เผาบ้านตัวเองจนวอด ตอนนี้เหลือแต่เสาปูน จนต้องได้ไปสร้างบ้านหลังเล็กอยู่ด้านหลัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่น่าจะพาแกออกจากชุมชน และญาติก็ควรจะพาตัวไปบำบัดรักษา ไม่งั้นศพต่อไปเป็นชาวบ้านแน่

ขณะที่ นางจิตติมา มาตาปิตา อายุ 50 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า เมื่อคืนเวลาประมาณ 20.00 น. ตนได้ยินเสียงเมียเขาร้องเสียงดังคล้ายคนร้องไห้ และขอความช่วยเหลือ ตนไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้าย เพราะปกติทุกวันจะทะเลาะกันประจำ เลยไม่สนใจอะไร

จากนั้นได้ยินเสียงรถจยย.คิดว่าเมียคงหนีออกไปแล้วก็ได้ยินดังโครมคราม จนมาพบว่าฆ่าเมียตัวเองตายในมุ้ง เช้ามาก็อาละวาดไล่ทำร้ายชาวบ้านในซอย ตอนนี้คนในซอยกลัวและผวากับเรื่องราวดังกล่าวอย่างมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน