ตม.จับหนุ่มแดนปลาดิบแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ขู่ฆ่าอดีตแฟนสาวพบประวัติแก๊งอุ้มโหดกลางกรุงโตเกียว
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 ก.ค.2567 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมืองทองธานี พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.5 ปฏิบัติราชการ บก.ตม.1 พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ
บก.สส.สตม. พ.ต.อ.รัฐพงศ์ แก้วยอด ผกก.4 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา หนุ่มแดนปลาดิบแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ลอบอยู่เกินวีซ่า เหิมขู่ฆ่าอดีตแฟนสาว พบประวัติเอี่ยวแก๊งอุ้มโหดกลางกรุงโตเกียว

สืบเนื่องจาก กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับการประสานงานจากพนักงานสอบสวนในสังกัด บช.น. ให้ดำเนินการสืบสวนติดตาม Mr.ICHIRO อายุ 30 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งมีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นภัยต่อสังคม หลังน.ส.บี (นามสมมติ) สัญชาติไทย ผู้เสียหายแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ว่าถูก Mr.ICHIRO อดีตแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกาย และกักขังหน่วงเหนี่ยว
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า Mr.ICHIRO อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นอกจากนี้ผู้เสียหายยังแจ้งว่า Mr.ICHIRO มีอารมณ์รุนแรง มักส่งข้อความมาขู่ฆ่า ส่งรูปอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือคลิปวิดิโอละแวกบ้านพักของผู้เสียหายมาเพื่อคุกคาม แสดงให้เห็นว่าถูกติดตามและจับตาดูอยู่
ต่อมาเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.สส.สตม.ได้รับข้อมูลว่า Mr.ICHIRO อยู่ในอาการคล้ายมึนเมา ก้าวร้าว เดินทางมาวนเวียนหาตัวผู้เสียหาย โดยส่งคลิปสถานที่ละแวกบ้านของผู้เสียหาย พร้อมทั้งข้อความขู่ฆ่าตั้งแต่ช่วงกลางดึกถึงช่วงเช้า เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังคุ้มครองผู้เสียหาย และ เฝ้าคอยตรวจสอบ

จนพบรถยนต์หรู ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สงสัยวนเวียนไปมา ที่บริเวณริมถนน หน้าสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งย่าน ถ.เจริญกรุง แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพ จึงได้ขอตรวจสอบ พบว่า Mr.ICHIRO นั่งอยู่ในรถยนต์คันดังกล่าว จึงได้เข้าจับกุม
เบื้องต้นแจ้งข้อหา เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด พร้อมประสานข้อมูลกับทางการญี่ปุ่น รับแจ้งว่า Mr.ICHIRO เป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรมมีชื่อในประเทศญี่ปุ่น ได้ร่วมกับพวกรวม 5 คน ก่อคดีอุ้มลักพาตัว ทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยว ในเขตกรุงโตเกียว
หลังจากนั้นได้เดินทางมากบดานในประเทศไทย และมาก่อความรุนแรงกับหญิงไทยจนถูกจับกุมดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป