“หนุ่มพังงา” นั่งรถทัวร์หนีตาย ร้องสายไหมต้องรอด หลังถูกผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ควง M16 ไล่ยิง หลังเตือนขับรถให้ดี ด้าน “เอกภพ” เตรียมประสาน”ผู้การฯ จังหวัด-ผู้ว่าฯ” ตามคดี

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2567 ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด นายเกียรติภูมิ อายุ 23 ปี ชาว จ.กระบี่ พนักงานโรงแรม เดินทางมาขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารมว.มหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังนั่งรถทัวร์หนีตายมาจากเกาะยาวใหญ่ จ.พังงา หลังถูกผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ขู่ตามฆ่า

นายเกียรติภูมิ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนขับขี่รถอยู่แถวที่พัก จู่ๆถูกรถคู่กรณีขับมาเกือบเฉี่ยวชน จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นภาษาใต้ เนื่องจากคู่กรณีอายุน้อยและขับรถสวนกินเลนเข้ามาในช่วงทางโค้ง แต่คู่กรณีกลับไม่พอใจ จึงไปเรียกพ่อซึ่งอยู่บริเวณนั้นพอดี

และเมื่อพ่อของคู่กรณีมาถึง ก็ได้ให้ลูกชายขอโทษ ตนจึงพูดเตือนอีกครั้งหนึ่งว่า ให้ขับรถอย่างระมัดระวังต่อหน้าพ่อ ทำให้พ่อเขาไม่พอใจ เพราะถูกมองว่า ไปสอนทั้งที่เป็นผู้ใหญ่กว่า ทำให้เกิดมีปากเสียง และชกต่อยกันขึ้น

และมีการใช้อาวุธมีด วิ่งไล่แทงไปจนถึงห้องพักพนักงาน จากนั้นยังไม่พอฝ่ายคู่กรณี ยังกลับไปเอาอาวุธปืนเอ็ม16 และย้อนกลับมาที่ห้องพัก มาไล่ล่าและยิงปืนขู่ที่หน้าห้องพัก

ผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตนได้แจ้งความกับตำรวจ สภ.เกาะยาว ตั้งแต่เกิดเหตุชกต่อยกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้เข้ามาระงับเหตุ แต่เขาทำได้เพียงยุติความขัดแย้งเบื้องต้น และพอมาเจอกับพ่อของเด็กคู่กรณี สิ่งแรกที่ตำรวจทำคือ ยกมือไหว้ของให้ยุติเรื่อง ทั้งที่เห็นว่าพ่อของเด็กถือปืนเอ็ม16 อยู่ในมือ แต่กลับไม่ได้มีการดำเนินการตามกฎหมายแต่อย่างใด

พร้อมกับแนะนำตนให้หลบไปอยู่ที่ปลอดภัย และตำรวจยังแนะนำอีกว่า ให้มาขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอดที่กรุงเทพฯ เนื่องจากตำรวจในพื้นที่คงช่วยอะไรไม่ได้

“ตอนนี้ตนรู้สึกเป็นห่วงลูกและภรรยา ที่ขณะนี้ยังอยู่ที่เกาะยาว เพราะคู่กรณีประกาศขู่จะเอาชีวิตตนให้ได้ ทั้งนี้คู่กรณียังเคยต้องคดี พยายามฆ่ามาแล้ว เนื่องจากก่อเหตุยิงคนบนเกาะ”

ด้านเอกภพ กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุเป็นคนในพื้นที่ ที่นักการเมืองยังต้องเกรงใจ แต่ตนมองว่า มันอุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย และนำอาวุธสงครามมายิงข่มขู่ชาวบ้าน หลังจากนี้ตนจะประสานไปยัง ผบก.ภ.จว.พังงา และผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เพื่อติดตามคดีในพื้นที่

และในวันพรุ่งนี้ (5 ส.ค.) ตนจะพาผู้เสียหายไปเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน ที่กระทรวงยุติธรรม พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า หากกรณีนี้จับกุมผู้ก่อเหตุไม่ได้ เดี๋ยวตนจะเอาปี๊บไปให้ที่จังหวัดพังงา “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย การใช้อาวุธสงครามในการก่อเหตุ ถ้าเป็นแบบนี้โรงพักก็อยู่ไม่ได้หรอกครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน