ตำรวจไซเบอร์ขยายผลแก๊ง สคบ.ปลอม วิดีโอคอลหลอกโอนเงิน รวบสาวเอเยนต์บัญชีม้า สั่งลูกเลี้ยงพร้อมเพื่อนจัดหา แม่รอฟันส่วนต่าง 10 เท่า

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2567 พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา บช.สอท. และ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 รับรายงานจาก พ.ต.อ.อรุณณพันธ์ วานิช์ชานันท์ ผกก.4 บก.สอท.3 พร้อมทีมสืบสวนกก.1 บก.สส.ภ.5 เข้าจับกุม น.ส.ทาริกา หรือ โม อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม ได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.2 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 14 มี.ค.67 มีมิจฉาชีพได้อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. โทรหาข้าราชการหญิงรายหนึ่ง แล้วแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกขายผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักผ่านเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่าผู้เสียหายต้องไปยืนยันตนและปฏิเสธข้อกล่าวหากับทาง บก.ปคบ.

ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและเกิดความกลัว แต่ขณะนั้นผู้เสียหายพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.มหาสารคาม ทำให้ไม่สะดวกเดินทาง มิจฉาชีพจึงแนะนำให้ผู้เสียหายทำการยืนยันตัวตนผ่านช่องทางไลน์แทน

ต่อมาคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนกับบัญชีไลน์ชื่อ “กองกำกับการปราบปรามการกระทำความผิดผู้บริโภค” แล้วได้แชทสนทนากับคนร้ายที่แอบอ้างเป็นตำรวจยศ พ.ต.ท. แจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน จึงต้องโอนเงินให้ ปปง. ตรวจสอบ

จากนั้นได้ให้ผู้เสียหายวิดีโอคอลคุยกับมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จาก ปปง. ผ่านทางวิดีโอคอล และสั่งให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชันชื่อ “AMLO” ที่ดาวน์โหลดผ่านทาง Google Chrome เมื่อติดตั้งสำเร็จ ได้ให้ผู้เสียหายกรอกข้อมูลและทำตามขั้นตอนต่างๆ ตามที่แจ้ง

สุดท้ายมิจฉาชีพได้ส่งหมายเลขบัญชีธนาคารให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อตรวจสอบ ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปจำนวน 3 ครั้ง รวมทั้งสิ้น จำนวน 631,273.83 บาท ต่อมามิจฉาชีพสั่งให้ผู้เสียหายกู้เงิน จากแอปพลิเคชันบัตรสินเชื่อของธนาคารหนึ่ง ที่ติดตั้งอยู่ในโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย

แล้วโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารผู้เสียหายเอง จำนวน 3 ครั้ง รวม 70,000 บาท จากนั้นมิจฉาชีพจึงหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินทั้งหมดในบัญชีที่เพิ่งได้มาให้ ปปง. ตรวจสอบทั้งหมดอีกครั้ง ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อทำตาม สุดท้ายรวมยอดเงินที่ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนไปทั้งสิ้น จำนวน 701,273.83 บาท เมื่อรู้ตัวจึงได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้จำนวน 10 ราย โดยสามารถจับกุมตัวได้แล้วจำนวน 3 ราย กระทั่งตำรวจไซเบอร์ สืบทราบว่ามีผู้ต้องหาสำคัญของขบวนการ ซึ่งทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้าให้ขบวนการดังกล่าวนำไปใช้งาน

โดยผู้ต้องหาคนดังกล่าว ได้เดินทางไปมา เพื่อกบดานอยู่ตามพื้นที่ จ.นนทบุรี จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ จึงได้ลงพื้นที่เฝ้าติดตามสะกดรอย จนพบว่าผู้ต้องหาได้เข้าพักในห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ก่อนนำหมายจับเข้าจับกุมได้ในที่สุด

จากการสอบสวน น.ส.ทาริกา ยอมรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเองไม่มีอาชีพเป็นหลักเป็นแหล่ง ทำให้มีรายได้น้อย ต่อมาได้มีผู้ชักชวนตนให้ทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้า และโทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ด อ้างว่านำไปใช้ขายหวยออนไลน์ โดยมีค่าตอบแทนจำนวน 5,000 บาทต่อบัญชี เมื่อเห็นว่ามีรายได้ดี จึงตกลงทำ

โดยสั่งให้ลูกเลี้ยงและเพื่อนๆ ของลูกเลี้ยง ไปตระเวนรับซื้อสมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตร ATM มาจากที่ต่างๆ ในราคา 500 บาทต่อบัญชี เมื่อได้มาแล้ว ก็รวบรวมส่งให้แก่คนร้ายทางพัสดุ จากนั้นคนร้ายก็จะส่งเงินสดค่าตอบแทนมาให้ตนทางพัสดุเช่นกัน แล้วจึงนำไปจ่ายส่วนแบ่งให้ลูกเลี้ยงและเพื่อนๆ ประมาณ 1,000–3,000 บาทต่อบัญชี

ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่า เพิ่งทำเพียงไม่ถึง 10 ครั้ง จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพบหลักฐานว่าผู้ต้องหาเคยทำมาแล้วกว่า 30 ครั้ง จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.3 ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน