ตำรวจไซเบอร์จับบริษัทดังหลอกประมูลที่พักหรูออนไลน์ งัดสารพัดวิธีลวงเหยื่อ สร้างความเสียหายรวมนับ 3 ล้าน

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2567 พ.ต.อ.บัญชา ศรีสุข รอง ผบก.สอท.5 และ พ.ต.ท.พิทักษ์พันธุ์ สุวรรน้อย รอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สอท.5 ได้ร่วมสอบปากคำ น.ส.บุษนาวี อายุ 46 ปี เจ้าของบริษัทตัวแทนจัดหาห้องพักราคาถูก แต่ไม่ได้เข้าพักจริง โดยมีผู้เสียหายจำนวนมาก

สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายกว่า 20 รายจากทั่วประเทศ เข้าแจ้งความผ่านระบบรับแจ้งออนไลน์ของ ตร. www.thaipoliceonline.go.th ว่าได้ติดต่อจองห้องพักผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ที่พักหรูออกทีวีและนิตยสารที่หัวหิน ชะอำ by บลูนาวี” และผ่านทางกลุ่มไลน์ชื่อ “ห้องรหัสสมาชิกประมูล:กิจกรรมบลูนาวี หัวหิน”

ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท บลูนาวี หัวหิน จำกัด โดยเปิดให้ประชาชนโอนเงินประมูลห้องพักราคาถูก แต่กลับไม่ได้เข้าพักจริง หรือได้ห้องมูลค่าต่ำกว่าที่ประมูล สร้างความเสียหายรวมกันกว่า 2,960,228 บาท และยังเคยมีการเชิญกลุ่มผู้เสียหายนำกรณีดังกล่าวออกตีแผ่กระแสในรายการชื่อดังอีกด้วย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.5 ได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนกรณีดังกล่าว จนทราบว่าบริษัท บลูนาวี หัวหิน จำกัด ได้นำภาพถ่ายโรงแรมหรู 4-5 ดาว มาโฆษณาขายในราคาถูก โดยให้สมาชิกประมูลที่พักตั้งแต่ราคาเริ่มต้นห้องละ 100 บาท ขึ้นไป และยังมีค่าสมัครสมาชิกในการประมูลอยู่ที่ 100-400 บาทต่อบัญชีสมาชิก เมื่อจบการประมูล แอดมินจะลบโพสต์และข้อความทิ้งทั้งหมด ก่อนจะติดต่อโดยตรงกับผู้ประมูล เพื่อแจ้งโอนเงินเข้าบัญชี บริษัท บลูนาวี หัวหิน จำกัด

นอกจากนี้ ยังมีการโฆษณาขายโปรโมชั่นที่พักในรูปแบบต่างๆ เช่น กล่องสุ่ม-กล่องเซอร์ไพรส์, การซื้อครบยอดเพื่อชิงรางวัล, รางวัลสำหรับผู้มียอดซื้อสูงสุด, การขายคูปองส่วนลดที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินที่ซื้อ 20-70 เปอร์เซ็นต์ ฯลฯ แต่เมื่อซื้อไปแล้วกลับไม่สามารถใช้ได้จริง

ซึ่งภายหลังเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินแล้ว แอดมินจะมีการตั้งเงื่อนไขเพิ่ม หลังการโอนเงิน คือให้เหยื่อพักฟรีต่อเนื่อง โดยให้วางเงินประกัน และส่งภาพรีวิว เพื่อเป็นหลักฐานขอรับเงินค่าที่พักคืน เหยื่อหลงเชื่ออยากได้ที่พักฟรีเพิ่ม จึงโอนเงินเพิ่มอีก แต่หลังการเข้าพัก แอดมินจะบ่ายเบี่ยงการคืนเงินประกันคืน

อีกทั้งยังมี การหลอกให้เหยื่อชำระค่าที่พักไปก่อน หากไม่ชำระก็จะต้องเลื่อนการเข้าพัก แล้วเรียกเก็บเงินประกันการเข้าพักล่วงหน้า 3-6 เดือน นอกเหนือจากเงื่อนไขในการซื้อขาย แต่เมื่อถึงกำหนดพักจริงกลับไม่ได้เข้าพัก ถูกเลื่อนออกไป หรือถูกลดระดับโรงแรมที่มีราคาต่ำกว่าที่จองไว้ และไม่คืนเงินประกันการเข้าพักให้ตามข้อตกลง และมีการหลอกล่อให้เหยื่อ เปลี่ยนเงินประกันเป็นคูปองส่วนลด หรือคูปองเงินสดที่มีมูลค่ามากกว่า เพื่อใช้ประมูลห้องพักต่อไปอีก

และยังมีอีกหลายกรณี ที่เหยื่อได้รับใบจองเป็นหมายเลขการจองในเว็บไซต์จองโรงแรมชื่อดัง แต่เมื่อถึงกำหนด กลับไม่สามารถเข้าพักได้ เนื่องจากทางโรงแรมไม่ได้รับการชำระเงินค่าที่พัก แต่หากผู้เข้าพักยืนยันจะเข้าพัก ต้องสำรองจ่ายให้โรงแรมไปก่อน และอ้างว่าจะได้คืนในวันที่เช็คเอาต์ แต่ก็ไม่ได้รับเงินคืนจริงแต่อย่างใด

อีกทั้งยังมีการใช้หมายเลขการจองจากเว็บไซต์ จองโรงแรมชื่อดัง มาเสนอขายที่พักแบบระบุวันล่วงหน้า 1-3 เดือน ซึ่งห้องพักจะมีราคาถูกกว่า การจองจากเว็บไซต์ของจริง 40–60 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่สามารถเข้าพักได้จริง

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ สืบสวนสอบสวนจนทราบว่า บริษัทดังกล่าวมี น.ส.บุษนาวี อายุ 46 ปี เป็นผู้ดำเนินการในฐานะนิติบุคคล มีการแสดงเอกสารการเป็นบริษัทตัวแทนจัดหาห้องพักที่จดทะเบียนถูกต้อง และการดำเนินธุรกิจมาแล้วหลายปีในลักษณะกึ่งการกุศล โดยอ้างว่ามีมูลนิธิแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตคอยสนับสนุนเงินส่วนต่างค่าห้องพักให้

ล่าสุด น.ส.บุษนาวี ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ที่ห้องกลุ่มงานสอบสวน บก.สอท.5 อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” เบื้องต้น น.ส.บุษนาวี ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน