สืบนครบาล รวบหญิงไทย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สาย2 และบัญชีม้า หลอกเป็นพนักงานไปรษณีย์ ถูกจับติดคุกในต่างแดน พ้นโทษมาโดนจับที่ไทยต่อ โอดเสียใจไม่น่าหลอกคนไทยด้วยกัน
เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรชวศิษฎ์ ศรีบุญยมานนท์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง และ พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ต.วรุตม์ คำหล้า สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมด้วย ร.ต.อ.พิชชากร กองสวัสดิ์ ,ร.ต.อ.พงศธร อารีย์ รอง สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.ชุดปฏิบัติการที่ 3
จับกุม น.ส.ลักษมี อายุ 50 ปี ตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 1222/2561 ลงวันที่ 11 มิ.ย.2561 ข้อหา “ร่วมกันพยายามฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, เป็นอั้งยี่, เป็นซ่องโจรและร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” จับกุมบริเวณหน้าร้านนวด ถนนสุขาภิบาล 2 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากผู้เสียหาย อายุ 64 ปี รับโทรศัพท์อ้างว่าเป็นตำรวจแจ้งกับผู้เสียหายว่าผู้เสียหายมีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและคดีฟอกเงิน ทางตำรวจจะยึดบัญชีและหลอกให้โอนเงินเพื่อป้องกันการอายัดบัญชีโดยให้โอนเงินให้ เป็นเงิน 120,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินให้ทำให้ได้รับความเสียหาย มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ช่วงปี61 ตนทำงานร้านนวดใน กทม. ต่อมาได้รับการชักชวนจากเพื่อนร่วมงานไปทำงานนวดที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อไปถึงกับได้ทำงานเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ทำหน้าที่รับสายจากคนไทยได้ค่าแรงวันละ 500 บาท ไปพร้อมกับเพื่อนอีก 8 คน เมื่อไปถึงมีชาวไต้หวันเป็นหัวหน้าแก๊ง ยึดมือถือพร้อมแอปธนาคารของตน และให้ตนปลอมเป็นคอลเซ็นเตอร์หลอกเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทย คอยรับสายโดยมีสคริปให้ตนท่อง
เมื่อเหยื่อหลงเชื่อตนจะโอนสายให้เพื่อนร่วมงานผู้ชายที่มาด้วยปลอมเป็นตำรวจไทย เมื่อตนทำงานถึงวันที่ 10 เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียพร้อมด้วยตำรวจไทยบุกทลายแก๊งของตนในบ้านพัก 2 ชั้น ภายในเมืองแห่งหนึ่ง ติดชายแดนของประเทศไทย ตนเชื่อว่ากลุ่มของตนที่หนีมาทำงานด้วยกัน 2 คนเป็นสายตำรวจทำให้แก๊งของตนถูกจับ เพราะว่า 2 คนที่ตนเชื่อว่าเป็นสายตำรวจ ไม่ถูกจับ
ตนรู้สึกเสียใจที่ต้องติดคุกที่มาเลเซียและต้องถูกจองจำในคุกไทยอีก 5 ปี (หมายจับคดีเดียวกัน สน.ลาดกระบัง) แต่ตนเป็นนักโทษชั้นดีได้อภัยอภัยโทษ เหลือจำคุกจริง 3 ปี 3 เดือน เมื่อพ้นโทษออกมาตนกลับไปอยู่ภูมิลำเนา จ.ขอนแก่น 2 ปี ต่อมามาทำงานเป็นพนักงานนวดย่านประเวศเพียง 1 ปี ตนกลับถูกดำเนินคดีกับสิ่งที่ตนได้ก่อกรรมไว้ในอดีต
ตนขอปฏิเสธที่ผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินจำนวน 120,000 บาท เข้าบัญชีของตน ตนไม่รู้ว่ามีเงินเข้าแต่อย่างใด เพราะหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยึดมือถือตนไว้ แต่ยอมรับว่าทำหน้าที่ปลอมเป็นคอลเซ็นเตอร์ของเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์คอยหลอกเหยื่อคนไทยเท่านั้น สุดท้ายอยากฝากถึงคนที่คิดจะทำผิดอย่าทำผิดเลย ถ้าย้อนเวลาไปได้ตนจะไม่กระทำต่อคนไทยด้วยกัน พร้อมเอ่ยคำว่าเสียใจกับเจ้าหน้าที่

