ตำรวจพบตัวแล้ว 3 นักศึกษาชาวจีน ที่ถูก อุ้มเรียกค่าไถ่ 1.5 ล้านบาท รอง ผบช.น. ยัน คนร้ายมีการทำงานเป็นขบวนการและมีคนไทยร่วมอยู่ด้วย

วันที่ 22 ต.ค. 2567 ที่ บก.น.7 พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมคณะ แถลงความคืบหน้าคดีนักศึกษาสัญชาติจีน 3 คน ถูกหลอกไปเรียกค่าไถ่ 1.5 ล้านบาท

พล.ต.ต.นพศิลป์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่รับเรื่องแจ้งความแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ธรรมศาลา ร่วมกับฝ่ายสืบสวนนครบาล7 และตำรวจในจังหวัดตาก ร่วมกันตรวจสอบพบว่า วันที่ 17 ต.ค. เวลาประมาณ 06.00 น. กลุ่มผู้เสียหายทั้ง 3 คนได้เรียกบริการรถจากแอพ เพื่อเดินทางจากมหาวิทยาลัยไปสนามบินดอนเมือง

ต่อมาเวลา 10.00 น ในวันเดียวกันได้รับแจ้งจากเพื่อนของกลุ่มผู้เสียหายว่าเดินทางมาถึงสนามบินแม่สอดแล้ว ต่อมา 10.30 น. ผู้เสียหายทั้ง 3 คน เดินทางเข้าพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ. แม่สอด จ.ตาก เพื่อรอส่งของ

ต่อมาเวลา 17.00 น. มีรถกระบะมารับผู้เสียหายทั้ง 3 คน เพื่อไปบริเวณช่องแคบตรงข้าม อ.พบพระ จ.ตาก ต่อมาเวลา 21.00 น. กลุ่มเพื่อนผู้เสียหายได้รับข้อความเพื่อขอความช่วยเหลือจากกลุ่มผู้เสียหาย จึงมาแจ้งอาจารย์และเดินทางมาแจ้งตำรวจ

ต่อมาชุดปฏิบัติการจึงประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้รับข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก ว่า พบผู้เสียหายทั้ง 3 คนแล้ว จึงไปตรวจสอบและพบตัวบริเวณป่าในพื้นที่หมู่ 6 ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมนำผู้เสียหายทั้งหมดมาส่งตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.ตาก เพื่อตรวจสอบสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ

โดยพบว่าร่างกายมีความปกติดี ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายหรือได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด จึงนำเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองและให้ พม.จังหวัดตาก นำตัวผู้เสียหายไปอยู่บ้านพักเพื่อติดต่อญาติมารับตัว

จากการสอบปากคำผู้เสียหายเบื้องต้น ให้การว่า ก่อนหน้านี้ทั้ง 3 คน ได้หางานทำระหว่างรอเปิดภาคเรียนที่ประเทศ จึงมีเพื่อนที่อยู่ประเทศจีนให้ข้อมูลมาว่ามีงานรับจ้างส่งสินค้าจากจังหวัดตากมาส่งที่กรุงเทพมหานคร ได้ค่าจ้าง 100,000 บาท

ซึ่งผู้เสียหายก็หลงเชื่อโดยที่ยังไม่รู้ว่าของที่ว่าจ้างให้ไปส่งคืออะไร ก่อนจะมีการติดต่อผ่านกันทางแอปพลิเคชัน WECHAT ก่อนจะถูกอุ้มไปเรียกค่าไถ่ บริเวณออฟฟิศแห่งหนึ่งในประเทศเมียนมา

ระหว่างที่อยู่สถานที่แห่งนั้น มีชายฉกรรจ์ประมาณ 6-7 คน ใช้อาวุธปืนข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย โดยให้ทั้ง 3 คน ติดต่อหาผู้ปกครองให้โอนเงินมาจำนวน 300,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,500,000 บาท เพื่อไถ่ตัว ถ้าหากไม่โอนมาจะถูกส่งไปให้แก็งคอลเซ็นเตอร์ที่รัฐเมียวดี ประเทศเมียนมา

ซึ่งผู้เสียหายทั้ง 3 คนพยายามต่อรอง โดย Mrs. Sun อายุ 18 ปี ได้ติดต่อไปหาแม่ที่อยู่ที่ประเทศจีน จนแม่โอนเงินให้มา 100,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 470,000 บาท ส่วนผู้เสียหายอีก 2 คนยังไม่ทันที่จะโอนเงิน กลุ่มคนร้ายก็ปล่อยตัวออกมา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบตัว

พล.ต.ต.นพศิลป์ เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายมีการร่วมมือกันทำเป็นขบวนการ และเชื่อว่ามีคนไทยร่วมอยู่ด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี โดยเฉพาะคนไทยที่ขับรถกระบะมารับผู้เสียหายทั้ง 3 คนเดินทางจากรีสอร์ตไปที่บริเวณป่าในพื้นที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่กระทบการท่องเที่ยวไทยอย่างแน่นอน เพราะเป็นเพียงแก๊งอาชญากรรมเล็ก ๆ เท่านั้น

สำหรับผู้เสียหายทั้ง 3 คน ประกอบไปด้วย Mr.CHI อายุ 18 ปี สัญชาติจีน เดินทางเข้ามาในประเทศไทย 2 ครั้ง ครั้งแรกคือเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา ลงสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยวีซ่านักศึกษา และครั้งที่2 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา

Mr. YU สัญชาติจีน อายุ 20 ปี ที่เพิ่งจะเดินทางเข้ามาในประเทศครั้งแรก เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา ลงสนามบินดอนเมือง ด้วยวีซ่านักศึกษา

Mrs. Sun อายุ 18 ปี เดินทางเข้ามาในประเทศไทย 3 ครั้ง ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ครั้งล่าสุดลงสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน