ศาลอาญาไม่ให้ประกัน เมีย-ลูกหมอบุญ ชี้สอบสวนยังไม่เสร็จ อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ปมปลอมรายมือชื่อ ความเสียหายสูง เกรงหลบหนี-ยุ่งเหยิงพยาน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 พ.ย.2567 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนขอปล่อยชั่วคราว น.ส.จารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี และ น.ส.นลิน วนาสิน อายุ 51 ปี ภรรยาและลูกสาวของ นพ.บุญ วนาสิน ผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการหลอกลวงประชาชน โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยวางหลักทรัพย์คนละ 2 ล้านบาท

โดยเมื่อช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัว น.ส.จารุวรรณ และ น.ส.นลิน ผู้ต้องหาทั้งสอง มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเบิกความไต่สวน ขณะที่ทนายความจำเลยและพนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวางเดินทางมาร่วมไต่สวน

เมื่อถึงเวลานัด น.ส.นลิน ลูกสาวของ นพ.บุญ เบิกความว่า ตนเองเป็นผู้บริหารและกรรมการ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) แต่มีหุ้นอยู่เพียง 10,000 หุ้น จากจำนวนทั้งหมด 840 กว่าล้านหุ้น ส่วนนพ.บุญได้ออกจากกรรมการ บมจ.ธนบุรีฯ ตั้งแต่ปี 2564 และไม่ทราบว่านพ.บุญ บิดาเดินทางไปต่างประเทศตั้งแต่เมื่อใด

ตนเองมีสามีเป็นชาวต่างชาติ จึงมีหนังสือเดินทางของประเทศไทย และหนังสือเดินทางของประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งมีบ้านพักที่ประเทศสเปนด้วย ส่วนในประเทศไทยนั้น ตนไม่ได้พักอาศัยอยู่บ้านเดียวกับนพ.บุญ ผู้เป็นบิดา แต่จะแยกมาพักอาศัยอยู่ที่คอนโดมีเนียม ภายในซอยสุขุมวิท 31/1 เมื่อถึงวันหยุดจึงจะพาลูกๆ ไปเที่ยวเล่นกับนพ.บุญ ที่บ้านดังกล่าว ทั้งนี้ตนเองมีอาการซึมเศร้า

น.ส.นลิน กล่าวต่อว่า ภายหลังทราบว่า โดนปลอมลายมือชื่อ ก็ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้กับพนักงานสอบสวน และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของนพ.บุญและพวก และหากได้รับการประกันตัว ก็ยินดีจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลอย่างแน่นอน

ด้าน น.ส.จารุวรรณ เบิกความต่อว่า ตนเองหย่ากับนพ.บุญมาตั้งแต่ปี 2541 แต่ยังพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ลักษณะต่างคนต่างอยู่ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงให้ลงทุน ปัจจุบันตนเองมีอาการป่วยความดันโลหิตสูง ภาระกระดูพรุน จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการตรวจรักษาเป็นประจำ หากได้รับการประกันตัวก็จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลทุกประการ

ขณะที่ พนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวาง เบิกความว่า ผู้ต้องทั้งสองไม่ได้ติดต่อเข้าพบพนักงานสอบสวนในทันที แต่มาพบพนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวาง หลังจากถูกออกหมายจับ ซึ่งต่างจากกรรมการผู้บริหารรายอื่น ที่รีบติดต่อเข้าพบพนักงานสอบสวนทันที ก่อนออกหมายจับ ซึ่งบางรายเข้าให้ปากคำในฐานะเป็นพยาน แต่บางรายภายหลังก็ตกเป็นผู้ต้องหา และมีเอกสารสัญญาเงินกู้และค้ำประกันหลายฉบับ ที่มีลายมือชื่อของผู้ต้องหาทั้งสองราย แต่ไม่ทราบว่าจะถูกปลอมลายมือชื่อหรือไม่

ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน สำหรับคดีนี้มีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความเพิ่มเติมอีก ส่วนมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท และขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากปรากฏว่ามีผู้เสียหายบางราย ถูกข่มขู่คุกคามไม่ให้เข้าไปแจ้งความเพิ่มเติม ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งสองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนพ.บุญ เชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองอาจจะเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายทรัพย์สิน หรืออาจจะทำลายพยานหลักฐานได้ ภายหลังไต่สวนพยานเสร็จแล้ว ศาลจึงนัดฟังคำสั่งให้ประกันตัวหรือไม่ เวลา 15.00 น.ช่วงบ่ายวันนี้

ต่อมาเวลา 16.38 น.ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลังศาลอ่านคำสั่งไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ที่น.ส.จารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี และ น.ส.นลิน วนาสิน อายุ 51 ปี ผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการหลอกลวงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,43 วรรคแรก พรก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4,5,16

โดยศาลพิจารณาในทางไต่สวนแม้ปรากฎว่า ผู้ต้องหาทั้งสองยังไม่ใต้หลอกลอกลวงกลุ่มผู้เสียหาย และยืนยืนยันว่าลายมือชื่อในเอกสารหลายฉบับตามที่ปรากฏในคดีนี้เป็นลายมือชื่อปลอมก็ตาม แต่ก็ยังอยู่ระหว่าง รอผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของผู้ต้องหาทั้งสองว่าปลอมหรือไม่ ทั้งพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายจำนวนมาก คัดค้านการปล่อยชั่วคราว ประกอบกับการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนยังต้อง สืบสวนหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน และการติดต่อระหว่างกลุ่มผู้ต้องหาเพิ่มเติม

เมื่อพิเคราะห์แล้ว คดีมีอัตราโทษสูง การกระทำมีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ความเสียหายมีมูลค่าสูงกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน