“รมว.ยุติธรรม” “มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ปีที่ 2 ช่วยสางหนี้เป็นของขวัญปีใหม่ ให้ประชาชนชาวไทยปลอดหนี้

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2567 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวในพิธีเปิดงาน “มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ปีที่ 2 ที่อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์(อาคาร A) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้ประชาชนมีหนี้สินที่เรื้อรัง หนี้สินที่ยั่งยืน ส่งมรดกความยากจนจากรุ่นสู่รุ่นจนนำไปสู่ความขัดแย้งและความเดือนร้อน สร้างความเหลื่อมล้ำในสังคมและเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

ปรากฏการจ่ายคืนเท่าไรหนี้ยังไม่หมดกลายเป็นหนี้เรื้อรัง ทำให้ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลโดยเฉพาะ SMEs มากกว่า 3.2 ล้านรายเศษ โดยมี SME มากกว่า 2.1 ล้านรายเศษ ที่มีหนี้ค้างชำระหรือไม่อยู่ในสถานะที่จะชำระหนี้ได้

จากข้อมูลดังกล่าวแม้ประชาชนจะพยายามดิ้นรนจนสุดความสามารถแล้วไม่สามารถใช้หนี้ได้ ต้องถูกฟ้องร้องดำเนินคดี และเป็นผลให้ถูกบังคับคดี ข้อมูลเชิงประจักษ์ หนี้สินที่คำพิพากษาในคดีแพ่งที่อยู่ที่กรมบังคับคดี ณ เดือนธันวาคม67 เพียงส่วนเดียว มากมายถึง 19 ล้านล้านบาทเศษ หรือประมาณ
104% ของ GDP ของประเทศ แยกเป็นหนี้คดีแพ่ง จำนวน 4,117,771 คดี ทุนทรัพย์กว่า
17,680,899 ล้านบาท หนี้คดีล้มละลาย จำนวน 53,873 คดี ทุนทรัพย์กว่า 1,423,141 ล้านบาท

มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม เป็นหลักการสิทธิมนุษยชนได้คุ้มครองเรื่องหนี้ไว้ “บุคคลต้องไม่รับโทษทางอาญา จากการไม่สามารถชำระหนี้ทางแพ่ง” ซึ่งเป็นการป้องกันการใช้หลักสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล มาเป็นหลักประกันการชำระหนี้ และประเทศไทยได้มีแผนปฏิบัติการธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่ครอบคลุมเรื่องหนี้ไว้ด้วย ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยระงบข้อพิพาท เพื่อระงับความขัดแย้งและเสริมสร้างสังคมสันติสุขและสมานฉันท์ เป็นต้น

วิถีแห่งความเป็นธรรม ในเรื่องหนี้ คือ 1) ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด “การให้กู้ยืมเงินโดยอัตราดอกเบี้ยสูงเกิน ความนั้น ย่อมเป็นความเสื่อมของประโยชน์ของบ้านเมือง” 2) ด้วยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ที่เอาเปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร ถือเป็น ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับใช้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี เท่านั้น

สำหรับ “หนี้นอกระบบ” หมายถึงหนี้เงินกู้ที่คิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ในปัจจุบันไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี หรือร้อยละ 0.25 ต่อเดือน ผิดนัดชำระไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี หรือร้อยละ 0.42 ต่อเดือน

ประเทศไทยมีหนี้อุบัติ เพราะนโยบายรัฐบาล คือหนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือหนี้ กยศ ที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้ มากกว่า 6.8 ล้านราย หนี้ถึงกำหนดชำระประมาณ 3.65 ล้านราย ผู้ค้ำประกันมากกว่า 3.65 เช่นกัน หนี้ก่อนหนี้ได้ แก้ไขกฎหมายมีผลตั้งแต่ 20 มีนาคม 2566 ที่ปรับโครงสร้างหนี้ครั้งสำคัญเงินที่จ่ายไป แล้วให้นำไปหักเงินต้นก่อน แล้วที่เหลือไปหักเป็นดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ พร้อมกับปลดผู้ค้ำ หรือไม่ให้มีผู้ค้ำ ที่คาดว่าลูกหนี้ได้รับลดเงินประมาณ 7 หมื่นล้านบาท และปลดผู้ค้ำออก ซึ่งการดำเนินการต้องให้ลูกหนี้เดินทางมาปรับโครงสร้างหนี้ และ กยศ. ยังคำนวณหนี้ไม่เสร็จ นับว่าเป็นความเดือนร้อนของลูกหนี้อย่างมาก

ในมหกรรมแก้หนี้ จึงมีเป้าหมายที่จะปรับโครงสร้างหนี้ทั้งหมดให้ได้ก่อนสิ้นปี 2568 ที่ถือว่าเป็นการคืนสิทธิให้ลูกหนี้ครั้งใหญ่ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน