แค้นถูกตัดจากกองมรดก
ลวงพ่อ-น้องใส่หีบทิ้งน้ำ
วันที่ 9 ม.ค. ตำรวจจับ นายวรุตย์ เดชภูมี อายุ 35 ปี ชาวบ้าน อ.สว่างแดนดิน พร้อมหีบเหล็กสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลักษณะคล้ายโลง 2 ใบ พันธนาการไว้ด้วยโซ่ ล็อกกุญแจแน่นหนา ฝาด้านหนึ่งเป็นช่องกรงเหล็กให้น้ำเข้าได้ที่ถูกทิ้งในสระน้ำหนองหลุมหิน บ้านสร้างขุ่ย ต.พังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร

ภายในพบศพนายประหยัด เดชภูมี อายุ 66 ปี และน.ส.เพียงเพ็ญ เดชภูมี อายุ 33 ปี เป็นพ่อและน้องสาวของนายวรุตย์
ตำรวจสอบสวนเจ้าตัวอยู่นานก่อนสารภาพว่า ลวงพ่อและน้องสาวไปยังบริเวณดังกล่าว โดยอ้างให้ไปดูสถานที่เปิดธุรกิจบ่อตกปลา แล้วหลอกล่อให้ทั้งคู่เข้าไปอยู่ในหีบเหล็ก
ก่อนถีบลงน้ำให้ทั้งคู่ตายด้วยความทุรนทุราย!!?
สาเหตุจากแค้นพ่อบังเกิดเกล้าที่ข่มขู่จะตัดออกจากกองมรดกครอบครัวที่ประกอบธุรกิจหอพักที่ทั้ง 3 คนช่วยกันดูแล หลังแม่ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการเสียชีวิตเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน
ส่วนน้องสาวที่ป่วยเป็นออทิสติกมักเห็นดีเห็นงามกับพ่อทุกเรื่องทำให้เกิดความแค้นจึงถูกสังเวยไปด้วยอีกคน
ผัวอำมหิตฆ่า-เผาเมีย!
ต่อหน้าลูกสาวขวบเศษ
จากคดีแจ้งความคนหาย กลายเป็นข่าวอาชญากรรมสุดโหด เมื่อ นายศิริชัย หรือ ทอย รักทอง อายุ 33 ปี โร่ขึ้นโรงพักปากเกร็ด นนทบุรี เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ให้ช่วยตามหา น้องนุ่น น.ส.ชลลดา มุธุวงศ์ อายุ 27 ปี ภรรยาที่กระโดดลงจากรถขึ้นแท็กซี่หายไปจากย่านคลองประปา หลังมีปากเสียงทะเลาะกัน
ขณะที่เพื่อนๆ ของฝ่ายหญิงช่วยกันโพสต์ตามหาในโลกโซเชี่ยล กระทั่งมีพลเมืองดีส่งเบาะแสมาให้ว่า พบเห็นชายและหญิงรูปพรรณตรงกับน้องนุ่นและนายทอย ทะเลาะกันบริเวณริมถนนแจ้งวัฒนะ
ตำรวจไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนพบภาพฝ่ายชายทั้งทำร้ายและใช้ก้อนอิฐทุบศีรษะฝ่ายหญิงหลายครั้ง

ก่อนลากตัวขึ้นรถขับหายไป!!?
ระหว่างนั้นเองมีผู้พบโครงกระดูกมนุษย์ถูกเผาในสวนยางพาราที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ในวันที่ 20 ก.พ.
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นร่างของน้องนุ่น โดยญาติยืนยันสร้อยข้อมือของศพ
ตำรวจนำกำลังไปล็อกตัวนายทอยทันที เค้นอยู่นานกว่าจะเปิดปากสารภาพ ว่าลงมือทำร้ายฝ่ายหญิงต่อหน้าลูกสาวตัวน้อยวัยขวบเศษ ก่อนนำไปเผาอำพรางที่ปราจีนบุรี
อ้างเหตุความแค้นที่เก็บกดมานาน เพราะอีกฝ่ายมักขุดเรื่องเก่ามาต่อว่า
ร.ท.หนุ่มโรยตัวชั้น12
ฆ่าโหดแม่ค้าออนไลน์
คดีฆาตกรรมในห้องปิดตายไม่ได้มีแค่เพียงจินตนาการในนิยายสืบสวนสอบสวนเท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นจริงใน จ.นนทบุรี เมื่อตำรวจสภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งพบศพสาวสวย แม่ค้าออนไลน์ ถูกปาดคอและแทงร่างพรุนหลายแผลตายในห้องพักบนชั้นที่ 10 คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งในวันที่ 7 เม.ย.
ตำรวจตรวจกล้องวงจรปิดไม่พบบุคคลอื่นเข้าไปในห้องอีก ทำให้พุ่งเป้าไปที่คนร้ายเป็นคนในคอนโดฯ เดียวกัน และแอบเข้าไปซ่อนตัวในห้องก่อนเหยื่อจะกลับมา
แต่คำถามคือเข้ามาได้อย่างไร!!?

เมื่อประมวลกับร่องรอยต่อสู้และคราบเลือดบริเวณระเบียงห้อง ทำให้คิดได้อย่างเดียวคือโรยตัวลงมาจากชั้นบน
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบห้องชั้นบนที่อยู่ตรงกันพบว่าชั้นที่ 11 ไม่มีผู้อยู่อาศัย ส่วนชั้นที่ 12 เป็นของทหารหนุ่มนามว่า ร.ท.จิรวัฒน์ พงษ์วิชัย จึงขออนุญาตเข้าไปตรวจสอบ และก็พบเบาะแสสำคัญ
เพราะทหารหนุ่มมีร่องรอยถูกข่วนที่ใบหน้าเป็นแผลสดใหม่ แม้เจ้าหน้าที่จะเค้นสอบปากคำเท่าไหร่ก็ไม่ยอมรับสารภาพ ตำรวจจึงประสานนายทหารพระธรรมนูญควบคุมตัว ไปฝากขังต่อศาลทหารในวันที่ 9 เม.ย.
แต่สุดท้ายตำรวจก็มีหลักฐานมัดตัว เพราะพบทรัพย์สินและโทรศัพท์มือถือของผู้ตายซ่อนอยู่ในห้องพักของทหารหนุ่ม
เมื่อเช็กประวัติอย่างละเอียดพบว่ากำลังร้อนเงินเพราะติดหนี้พนัน
‘แม่ตั๊ก’ขายทองไม่ตรงปก
ลามเหล่าอินฟลูฯช่วยไลฟ์
ตำรวจบุก ‘แม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์’ คู่ผัวเมียเจ้าของร้านขายทองออนไลน์เจ้าดัง ที่ขายทองรูปพรรณในราคาถูกจนน่าตกใจ และยังแจกของแถมอีกมากมาย ในวันที่ 30 ก.ย. หลังมีผู้เสียหายจำนวนมากรวมตัวกันแจ้งความดำเนินคดี ขายสินค้าไม่ตรงปก
จุดเริ่มต้นจากลูกค้ารายหนึ่งโพสต์คลิปนำทองที่ซื้อจากแม่ตั๊กหลายรายการไปขาย แต่ร้านทองกลับไม่รับซื้อ เพราะไม่มียี่ห้อ ไม่ระบุเปอร์เซ็นต์ทอง และไร้ใบรับรอง จนมีผู้เสียหายเริ่มปรากฏตัวออกมาจำนวนมาก และรวมตัวไปร้องเรียนรายการดังมูลค่าความเสียหายรวมกันหลายสิบล้าน

ตำรวจสคบ.ตรวจคลิปขายทองของผัวเมียคู่นี้พบเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน จึงนำมาซึ่งการบุกรวบพร้อมหมายจับศาล พร้อมอายัดทรัพย์สินทั้งบ้าน ร้านทอง ที่ดิน รถหรู เครื่องใช้แบรนด์เนมจำนวนมาก
นอกจาก ‘แม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์’ แล้ว บรรดานักร้อง-นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์อีกจำนวนไม่น้อย ถูกเรียกไปสอบปากคำรายตัวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงด้วยหรือไม่ เพราะไปปรากฏตัวช่วยขายสินค้าในไลฟ์ของทั้งคู่ด้วย
ทลายเว็บพนัน-ต้นตอ
ฆ่าตัดนิ้วแม่ยายอัยการ
วันที่ 15 พ.ย. ตำรวจสภ.วังจันทร์ จ.ระยอง รับแจ้งพบศพ นางวรรณา คือห์เนอร์ อายุ 67 ปี แม่ยายอัยการที่ลูกสาวแจ้งความคนหายไว้ที่สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมเครื่องเพชร-ทองที่แต่งไปงานบุญกฐินบุญที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ถูกฆ่าตัดนิ้วทิ้งศพหมกในสวนปาล์มแห่งหนึ่งในพื้นที่
ตำรวจสืบสวนจนได้ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะผู้ตายขึ้นรถเก๋งสีขาวที่มารับตัวไปทันทีหลังเพิ่งกลับจากงานบุญ โดยยังไม่ทันได้เข้าบ้าน
ตรวจสอบทะเบียนรถคันดังกล่าว พบชื่อผู้ครอบครองคือ นางกมลวรรณ โวลฟ์ อายุ 57 ปี เพื่อนสนิท จึงเชิญตัวไปสอบปากคำ

แม้เมียฝรั่งรายนี้จะปากแข็ง แต่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทั้งคราบเลือด-ดินบนรถและบริเวณบ้านพักของนางกมลวรรณมัดตัวไว้จนดิ้นไม่หลุด สุดท้ายยอมเปิดปากสารภาพว่า ลวงผู้ตายไปฆ่าชิงทรัพย์
ส่วนสาเหตุที่ต้องตัดนิ้ว เพราะผู้ตายสวมแหวนเพชรแต่ด้วยนิ้วอวบจนถอดออกไม่ได้จึงต้องตัดออก นำทรัพย์สินประกอบด้วย ทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 5 บาท ต่างหูทองฝังเพชร แหวนเพชร 2 วง และนาฬิกาเรือนทองไปขายนำเงินไปใช้หนี้พนันออนไลน์
คำสารภาพของผู้ต้องหา ทำให้ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการสืบสวน-กวาดล้างจับเครือข่ายเว็บพนัน ‘UFAEX88’ ต้นตอคดีสยองขวัญครั้งนี้
คอทองแดง-ตายหมู่
ซดเหล้าดองยามรณะ
เหล่าคอทองแดงต้องผวากันหนัก เมื่อจู่ๆ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ย่านคันนายาว กรุงเทพฯ และโรงพยาบาลข้างเคียงต้องวุ่นวาย เพราะนักก๊งจำนวนมากถูกหามส่งเข้ารักษาพร้อมๆ กัน ด้วยอาการเหนื่อยหอบง่าย ซึม อ่อนเพลีย ตาพร่ามัว วิงเวียนศีรษะ และอาเจียน จากภาวะพิษจากเมทานอล หรือ Methanol toxicity ในวันที่ 24 ส.ค.
สุดท้ายมีผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 37 ราย รักษาหาย 9 ราย เสียชีวิต 6 ราย ส่วนที่เหลือต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ บางรายต้องฟอกไตไปตลอดชีวิต
ทั้งหมดมีกิจกรรมร่วมกันคือดื่มเหล้าดองยา แต่ไม่ได้จากร้านเดียวกัน กระจายอยู่ในพื้นที่เขตคลองสามวา และเขตมีนบุรี ย่านถนนหทัยราษฎร์ ถนนสามวา ถนนเจริญพัฒนา

กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับพล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 นำกำลังลงพื้นที่สืบหาสาเหตุทันที ก่อนจำกัดวงแหล่งจำหน่ายยาดองได้ 3 แหล่ง คือที่ซอยสามวา หทัยราษฎร์ นิมิตรใหม่
ทั้งหมดรับยาดองมาจากร้านขายส่งเจ้าใหญ่แหล่งเดียวกันคือ ‘ร้านเจ๊ปู’ น.ส.ภัสส์รศา อารีจิตสุขสิริ ซึ่งยืนยันว่าปรุงสุราดองตามตำรับบรรพบุรุษตั้งแต่รุ่นพ่อมานานกว่า 30 ปี ไม่เคยเกิดปัญหาสักครั้ง
โดยเหล้าขาววัตถุดิบหลักสั่งซื้อจากนายสุรศักดิ์ อินสาม อายุ 46 ปี และนายสุรชัย อินสาม อายุ 44 ปี 2 พี่น้อง เจ้าหน้าที่จึงตามไปตรวจสอบที่บ้านพักของทั้งคู่ย่านเขตสะพานสูง สอบสวนสารภาพนำเมทานอลมาเจือจางด้วยน้ำส่งขายเป็นเหล้าขาวให้ลูกค้า อ้างไม่รู้ว่ากินไม่ได้ และราคาถูกกว่าเอทานอลหลายเท่า
หนุ่มเนิร์ดติดเกมวางแผนซับซ้อน
ลวงฆ่าชิงรถ-อำพรางคดีปล้นทอง
สังคมต้องตื่นตระหนกอย่างมาก เมื่อ นายนิพิฐพนธ์ สมบูรณ์สุขยิ่ง อายุ 26 ปี ชาวดอยสะเก็ด เชียงใหม่ หนุ่มเนิร์ดหน้าตาดีวางแผนซับซ้อนกว่า 2 ปี ลวงว่าจ้างรถแกร็บคาร์ ที่มี ร.ท.สุเทพ ชัยนันตา อายุ 48 ปี ชาว อ.แม่แตง เป็นโชเฟอร์ไปฆ่าชิงรถบนดอยสุเทพในเช้าวันที่ 8 ก.ค.
จากนั้นย้อนเข้าเมืองบุกชิงทองจากร้านทองชื่อดังในห้างกลางเมืองเชียงใหม่ ก่อนนำรถไปทิ้งที่ดอยสุเทพอำพรางให้ตำรวจไขว้เขวว่าผู้ตายเป็นคนก่อเหตุปล้นทองและหลบหนีข้ามชายแดนไปแล้ว

แต่ถึงจะคิดว่าวางแผนมาอย่างดี ยังต้องจนมุมกล้องวงจรปิดจากร้านทองที่นายนิพิฐพนธ์นำทองไปขาย จนถูกบุกจับคาบ้านพักพร้อมทองอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งยังพบบันทึกแผนประทุษกรรมไว้ถึง 3 รูปแบบ แถมยังเตรียมตั๋วเครื่องบินหวังหลบไปกบดานที่ประเทศญี่ปุ่นไว้เสร็จสรรพ
หลังจนมุมก็ยอมสารภาพแต่โดยดี อ้างต้องการหาเงินใช้หนี้ให้พ่อแม่ที่หมดตัวจากการลงทุนในแชร์ลูกโซ่ฟอเร็กซ์ 3D
ตรวจสอบประวัติส่วนตัวพบเคยเป็นผู้เข้าประกวดมิสเตอร์ทัวริซึ่ม ไทยแลนด์ 2018 และเวที Mister Universe Thailand 2019 รวมถึงเคยแสดงภาพยนตร์เป็นหนังฆาตกรรม แต่มีนิสัยหมกมุ่น ชอบเกมวางแผนและต่อสู้ใช้ความรุนแรง รวมทั้งชอบดูหนังแนวเดียวกันมาตั้งแต่เด็ก
จับ‘สุนทร วิลาวัลย์’ร่วมวง
ฆ่า‘สจ.โต้ง’ลูกบุญธรรม
กลางดึกคืนวันที่ 11 ธ.ค. เกิดข่าวอาชญากรรมใหญ่ส่งท้ายปี เมื่อ นายชัยเมศร์ หรือ สจ.โต้ง สิทธิสนิทพงศ์ อดีตส.อบจ.ปราจีนบุรี ถูกรุมยิงตายในสภาพร่างพรุนไปด้วยรูกระสุนลูกซอง และ 9 ม.ม. ถึง 22 แผล
สิ้นใจคาเชิงบันได้ขึ้นชั้นสองของบ้านพักใน อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ของ ‘โกทร’ นายสุนทร วิลาวัลย์ นายกอบจ.ปราจีนบุรี อดีตรมช.สาธารณสุข และบิดาของ น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ อดีตรมช.ศึกษาธิการ
ตำรวจเข้าปิดล้อม จับนายสุนทรเจ้าบ้านและลูกน้องอีก 6 ราย พร้อมอาวุธปืนจำนวนหนึ่ง
คดีอุกอาจขนาดนี้ ‘บิ๊กต่าย’ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ส่ง ‘บิ๊กอ้อ’ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงพื้นที่คุมคดีทันที
ผลสอบสวนช่วงแรก ลูกน้องโกทรรับสารภาพอ้างว่า เป็นผู้ลงมือเพราะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย
ขณะที่ตัว ‘โกทร’ ยืนยันเข้าห้องนอนไปก่อนไม่รู้เรื่องด้วย ที่สำคัญรัก ‘สจ.โต้ง’ มากขนาดรับเป็นลูกบุญธรรม

แต่จากคลิปเสียงวิวาทะระหว่าง สจ.โต้งและโกทร เกี่ยวกับการวางตัวผู้สมัครการเลือกตั้งอบจ.ที่กำลังจะถึง ซึ่งหลุดออกมาหลังเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง
รวมถึงพยานหลักฐานที่ตำรวจมีอยู่ในมือ ชี้ชัดว่าลวงไปฆ่าจากปมความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น
เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อกล่าวหาหนัก ‘ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และโดยไตร่ตรองไว้ก่อน’ และความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืน ศาลปราจีนฯ ส่งทั้งหมดไปฝากขังที่เรือนจำจังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง เพราะมีพฤติกรรมเป็นกลุ่มอิทธิพล
ก่อนทำเรื่องย้ายไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพราะคดีถูกโอนไปอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจกองปราบฯ