พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ผบ.ตร. สั่งการแก้ไขปัญหาคนจีนก่อเหตุอาชญากรรมในไทย นัดประชุมถก 20 ม.ค.นี้ หามาตรการดูแลป้องกันเหตุ

วันที่ 15 ม.ค. 2568 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่ชาวต่างกระทำความผิดในพื้นที่ บช.น. โดยมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.สกพ. พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ พล.ต.ต.อํานาจ ไตรพจน์ รองผบช.น. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผบช.สตม. ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจบก.น.1, 4 และ 6 เข้าร่วมประชุมดังกล่าว

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า กรณีดังกล่าวมีเหตุที่ชาวต่างชาติกระทำผิดเรื่องเงินยูเอสบีทีแย้งเงินกระทำผิดในประเทศเรา มีการรีดเอาทรัพย์กรรโชกเอาทรัพย์ รายละเอียดเป็นอย่างไร มีการดำเนินการแนวทางมาตรการอะไรดำเนินการ ในวันที่ 20 ม.ค. นี้ เชิญทุกหน่วยเกี่ยวข้องเสนอวางแนวทางการกระทำผิดลักษณะดังกล่าวให้ข้อมูลและวางกรอบแนวทางแก้ไขปัญหาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เมื่อถามกรณีที่เกิดขึ้นที่ห้วยขวาง มักกะสัน นั้น กรณีดังกล่าวเป็นเหตุต่อเนื่องกัน เกิดจากการแจ้งความคนไทยถูกหลอกลงทุนจากจีน แจ้งเหตุที่ สน.ประเวศ ให้ช่วยติดตามผู้ถูกกล่าวหาชาวจีนเพื่อเจรจาและตกลง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปติดตามที่โรงแรมโนโวเทล พื้นที่สน.บางรัก ได้ตัวจึงมาตกลงกับผู้เสียหายชาวไทย เมื่อตกลงได้ก็ทิ้งเวลาไปอีกระยะนึง ผู้ถูกกล่าวหาไปแจ้งความที่สน.พญาไท ว่าถูกกลุ่มตำรวจเรียกกรรโชกเอาทรัพย์

สอบสวนของ สน.พญาไท สักระยะหนึ่ง จากนั้น สน.พญาไท ได้ส่งสำนวนไปที่สน.บางรัก ในเรื่องเดียวกันต่อเนื่องไม่ใช่วันเดียวกันจากปี 66 อีกส่วนหนึ่งที่มีการกล่าวหายื่นหนังสือหลักฐานต่างๆ กับผบช.น. มีตำรวจกระทำความผิดเกี่ยวพันกันหลายสน. ได้สั่งการผบช.น. ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบถูกกล่าวหาเป็นระดับสว. ให้ รองผบก.สส.บช.น.เป็นประธานขอให้ทำความจริงให้ปรากฎโดยเร็วที่สุด

ส่วนเรื่องการกระทำผิดที่มีการหลอกลงทุน ผู้เสียหายจะเอาเรื่องหรือไม่ ให้ทีมสอบสวน บช.น.ลงไปดู เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการแล้วขอเวลาให้ บช.น. ตรวจสอบหลักฐานสืบสวนข้อเท็จจริงต้องโดยเร็ว ถือเป็นเรื่องที่อาจจะทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหายได้

ถ้าผิดก็ต้องว่าไปตามผิดดำเนินการทั้งอาญาและวินัย เพราะว่าถ้ามีการดำเนินที่ถูกกล่าวหาบางท่านมีพยานหลักฐานส่งมาให้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ให้ทำการตรวจสอบทั้งหมด

ส่วนทั้ง 3 โรงพักมีความผิดเกิดขึ้นหรือไม่ คือกรณีดังกล่าวเป็นพฤติการณ์ต่างกัน บางจุดเรื่องรับแจ้ง บางจุดติดตามผู้ต้องหา บางจุดมาตกลงกันระหว่างผู้เสียหายกับผู้ถูกกล่าวหาชาวจีนและหาว่าตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง อีกจุดหนึ่งตำรวจไปเรียกรับทรัพย์ กรรโชกทรัพย์

ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ต่างกัน ทางบช.น.กำลังตั้งคณะกรรมการเพื่อแยกแยะ กรรมใด วาระใด พฤติกรรมใด ผมจะพุ่งเป้าไปที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง บางคนรับแจ้งไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผน บางคนถูกกล่าวหากรรโชกทรัพย์ให้แยกแยะออกมาก่อน ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกี่คน

ขณะนี้ยังไม่ได้รายงานเรื่องช่วยราชการ แต่เราเป็นผู้ใหญ่ข่าวที่มันออกไปออก ไม่ว่าจะเป็นชาวจีนไปหลอก คนไทยถูกหลอก ชาวจีนถูกหลอก และตำรวจถูกตั้งคณะกรรมการให้มาเรียกรับเงิน เราควรให้ความเป็นธรรมกับคนกล่าวหาชาวจีนก่อน

ตำรวจเราเอง ขอให้ทุกอย่างมีความเป็นไปได้จริงก่อน ถ้ามีเชื้อจริงๆ ก็เอาไปแขวนไว้ ส่วนการดำเนินการทางวินัยก็ต้องเดินหน้าอย่างจริงจัง และผู้เป็นชาวจีนไปหลอกลงทุน เวลานี้กลายเป็นผู้กล่าวหาอีกเรื่อง ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วยว่าถูกจริงหรือไม่ นั่นคือหลักฐานที่จะปรากฎในการสืบสวนและสอบสวนจะทราบความจริง

เมื่อถามถึงคดีที่เกิดขึ้นจีนปล้นจีนนั้น ผบ.ตร. กล่าวว่า มีกรณี 5 ล้านบาทส่วนหนึ่ง กรณี 8 ล้านบาท ส่วนหนึ่ง และติดตามเงินจำนวน 4.5 ล้านบาท ในวันที่ 20 ม.ค.ช่วงบ่ายจะมีการประชุมหารือแก้ไขกรณีดังกล่าว แต่การเดินทางของชาวต่างชาติเข้ามาลักษณะทัวร์ลิสต์ จากการสืบสวนติดตามเงินคืนมาแทบทุกคดีรู้จักกันหมดกระทำสกุลเงินที่รู้จักในประเทศไทย ก่อนที่คนพวกนี้เข้ามามีทั้งแบล็กลิสต์อะไรหรือไม่

เราอยากจะได้ข้อมูลจากฝ่ายต่างประเทศ เรารู้ทางสตม.ก็สกัดได้ แต่ไม่มีรายละเอียดดังกล่าว เข้ามากระทำความผิดเรื่องสกุลเงิน อาทิ คริปโต ยูเอสบีที ขณะกระทำความผิดกลุ่มคนพวกนี้จะไม่รู้ล่วงหน้า เพราะเขากระทำผิดในเวลานั้น เมื่อกระทำผิดในพื้นที่ประเทศไทยตำรวจก็มีการติดตามจับกุม

ล่าสุดในพื้นที่บช.ภ.2 ชาวตุรกี เกิดเมื่อวานนี้ชุดสืบสวนภาค 2 ติดตามจนรู้รายละเอียด ปรากฎว่าเป็นคนรู้จักกันกระทำผิดแล้วหลบหนีออกนอกประเทศ สตม. ยังไม่ทันสกัดกั้น ทำปุ๊บออกปั๊บ กลายเป็นเรื่องที่ใช้พื้นที่ประเทศไทยกระทำความผิดกันเอง

เราก็จะกำหนดมาตรการในวันที่ 20 ม.ค.นี้ สตม. ทท. บช.ก. เสนอขึ้นมา ถามว่าโรงพัก 3 แห่งที่มีการก่อเหตุฉุกเฉินตัวการทั้ง 3 คดีทั้งหมดเลยหรือไม่ ผมมองว่าต้องเร่งสอบสวน มีความเกี่ยวพันในการเชื่อมโยงกระทำความผิด ถ้าหนีออกไปแล้วต้องประสานอินเตอร์โพลล์ออกหมายแดงและติดตามต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน