รองผบช.น.ลงพื้นที่คนร้ายบุกกระหน่ำยิง ภายในซอยนวลจันทร์ 22 เผยผู้ตายพึ่งพ้นโทษได้ 3 เดือนมีประวัติโชกโชน ตั้ง 4 ประเด็นการสังหาร วงจรปิดชัดเจน
ความคืบหน้าเหตุคนร้ายบุกกระหน่ำยิงหนุ่มวัย 34 ปีกระสุนเจาะศีรษะ-ร่างพรุนรวม 9 นัด หน้าตึกแถว 5 ชั้น ภายในซอยนวลจันทร์ 22 ดับสลด พยานเห็นมาตามหา ก่อนลงมือโหด เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 3 พ.ค.2568 พล.ต.ต.นพศิลป์ พูนสวัสดิ์ รองผบช.น.รับผิดชอบงานสืบสวนพร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. และ ตำรวจฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ บริเวณตึกแถว 5 ชั้นภายในซอยนวลจันทร์ 22
โดยทางด้านของรองผบช.น.ได้เรียกประชุม เพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้น พร้อมทั้งแนวทางการสืบสวนสอบสวน หาสาเหตุของการฆาตกรรมดังกล่าว รวมถึงการรวบรวมหลักฐานหลังเกิดเหตุ เช่นภาพจากกล้องวงจรปิด และการไล่เส้นทางหลบหนีจากจุดเกิดเหตุ และไล่เส้นทางของคนร้ายในการหลบหนี
ในส่วนของการประชุม ชุดสืบใช้เวลาภายใน 5 นาทีเท่านั้น และสำหรับพยานหลักฐานล่าสุด เป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ด้านหน้าสถานบริการแห่งหนึ่ง ซึ่งจับภาพคนร้ายขณะลงมือก่อยิงผู้เสียชีวิตได้ แต่ภาพดังกล่าว ไม่เห็นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ ซึ่งทำให้ตำรวจยังคงเดินหน้าควานหาภาพกล้องวงจรปิด ในพื้นที่แวดล้อมใกล้เคียง รวมถึงตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี เพื่อดูป้ายทะเบียนรถและรูปพรรณของคนร้าย

ด้าน พล.ต.ต.นพศิลป์ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำญาติของผู้เสียชีวิต เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ทราบว่าผู้ตายเพิ่งพ้นโทษ ในคดีลักทรัพย์ ออกมาจากเรือนจำได้เพียง 3 เดือน ยังไม่มีงานทำ ต้องอาศัยอยู่กับญาติ แถวสุขาภิบาล5 โดยประวัติของผู้ตายมีคดีลักทรัพย์ 3 คดีในพื้นที่สน.ดินแดง 2 คดี และในพื้นที่สภ.โพธิ์แก้ว ภ.จว.สมุทรปราการ 1 คดี ทั้ง 3 คดีเกิดขึ้นในปี63
ส่วนวันเกิดเหตุ ผู้ตายขับรถเข้ามาภายในซอยดังกล่าว เนื่องจากเคยทำงานเป็นคนคุมสถานบริการแห่งหนึ่ง และเคยพักอาศัยอยู่ในซอยที่เกิดเหตุ นอกจากนี้แฟนสาวยังทำงานอยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย
สำหรับสาเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐาน ไว้ทั้งหมด 4 ประเด็น ประกอบด้วย ความขัดแย้งก่อนต้องโทษคดีลักทรัพย์, ปัญหาทะเลาะวิวาท ทั้งก่อนต้องโทษ และหลังพ้นโทษ, ชู้สาว และเรื่องการพนัน
ผู้ตายนั้นถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด โดยเจ้าหน้าที่สามารถเก็บปลอกกระสุนปืนได้ทั้งสิ้น 15 ปลอก ซึ่งพบบาดแผลบริเวณศีรษะ 5 นัด และลำตัวอีก 4 นัดรวมทั้งหมดเข้าที่ร่างกายผู้ตาย 9 นัด
ส่วนพยานหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นเหตุการณ์ขณะคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อPCX คนขับใส่เสื้อฮู้ดสีเทาคลุมศีรษะ ส่วนคนซ้อนใส่เสื้อคลุมสีดำ สวมหมวกกันน็อกครึ่งใบ ขับขี่เข้ามาวน 1 รอบ ก่อนจะเข้าไปในโต๊ะสนุ๊กเกอร์ แต่เมื่อไม่เจอเป้าหมายจึงออกมา และเป็นจังหวะที่สวนทางกับผู้ตายที่กำลังขับรถเข้ามาในซอยพอดี ทำให้ผู้ก่อเหตุวนรถกลับมาอีกครั้ง และเรียกชื่อผู้ตาย ก่อนที่คนซ้อนจะลงจากรถเข้ามากระหน่ำยิง
รองผบช.น.ระบุว่า จากที่เห็นพฤติการณ์ดังกล่าวแล้ว เป็นการเจตนามาก่อเหตุ แบบล็อกเป้า เป็นลักษณะคล้ายการทำงานของกลุ่มมือปืนรับจ้าง
อย่างไรก็ตามพล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รองผบช.น.รับผิดชอบงานฝ่ายสอบสวน ได้เดินทางเข้ามา ตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย พร้อมสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด