ญาติ 2 ฝ่าย รับร่าง พ่อค้ากางเกงยีนส์ เมียมือปืน ลั่นไม่ขอโทษ สูญเสียทั้งคู่ แต่ขอหลังจากนี้ ให้ต่างคนต่างอยู่ เผยปมที่นำไปสู่ความรุนแรงจนถึงชีวิต

กรณี นายกนกพล (สงวนนามสกุล) อายุ 72 ปี เจ้าของแผงขายกางเกงยีนส์มือสอง บุกเข้าไปที่ร้านของ นายชูศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี พ่อค้าขายกางเกงยีนส์มือสองที่ตั้งอยู่ตรงข้าม เพราะเคยทะเลาะกันเรื่องกางเกงยีนส์ที่ขายเหมือนกัน ก่อนชักปืนยิง นายชูศักดิ์ จนบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วน นายกนกพล ใช้ปืนก่อเหตุสลดเสียชีวิตที่หน้าร้านตัวเอง เหตุเกิดในตลาดแห่งหนึ่ง ซอยประชาอุทิศ 61 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กทม. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าวันที่ 21 ก.ค.2568 ที่ สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลศิริราช ญาติทั้งสองฝ่ายรับศพผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนา โดย นางน้อย อายุ 65 ปี ภรรยา และพี่สาวของนายกนกพล ผู้ก่อเหตุ เดินทางมาติดต่อรับร่างของนายกนกพล เพื่อไปบำเพ็ญพิธีทางศาสนา

นางน้อย ภรรยาของนายกนกพล ให้ข้อมูลว่า ทั้ง 2 ฝั่งเข้ามาขายของในตลาดพร้อมๆกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการราคาขายของ และเรื่องที่ เพราะนายกนกพลไปได้แหล่งซื้อผ้ากางเกงยีนส์ในราคาที่ถูกกว่า และเนื้อผ้าดีกว่าทำให้ขายราคาถูกกว่า ที่ผ่านมาเคยพยายามปรับราคาขึ้นหลายครั้งแล้ว แต่ฝั่งของนายชูศักดิ์ นั้นขายแพงกว่าร้านของเธอ อีกทั้งร้านของนายชูศักดิ์ เคยมาซื้อกางเกงร้านเธอไปขายต่อด้วย

นางน้อย ระบุว่า นายชูศักดิ์ มักไปแจ้งคนดูแลตลาดให้มาต่อว่าร้าน นายกนกพล อยู่เป็นประจำ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหากระทบกระทั่งกันมาก่อน แต่ทางฝั่งของนายชูศักดิ์มักชอบเดินมาที่หน้าร้าน และมามองที่ร้านบ่อยครั้ง ที่ผ่านเธอไม่สนใจ และพยายามไม่พูดมาโดยตลอด

นางน้อย เล่าอีกว่า ทางตลาดเคยเรียกทั้ง 2 ร้านไปพูดเจรจากันมา 3 ครั้ง และขอให้ร้านของเธอขยับห่างออกไป เราก็ยอมขยับให้ จนในการเจรจาครั้งที่ 3 ฝั่งของภรรยายของนายชูศักดิ์เรียกนายกนกพลไปที่ร้าน ทำให้สามีนั้นกดดัน และเก็บกด เพราะเป็นฝ่ายถูกกระทำมาหลายครั้ง ซึ่งสามีเคยพูดว่า “มันไม่จบหรอกคนแบบนี้” ส่วนอาวุธปืนสามีเคยซื้อมาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น ซึ่งปกติสามีไม่พกอาวุธปืนติดตัว

นางน้อย ระบุว่า ปกติแล้วเวลามาขายของสามีจะเป็นคนมาส่ง และรับทุกเช้าเย็นในวันที่เกิดเหตุตัวเองกำลังเก็บร้านอยู่เห็นว่าสามีมารับตามปกติไม่คิดว่าจะไปก่อเหตุ หลังสามีก่อเหตุข้อพยายามที่จะถามสามีว่า ”ทำอะไร ไปยิงเขาทำไม“ สามีไม่ตอบก่อนที่จะตัดสินใจจบชีวิตตนเองต่อหน้าเธอ

ที่ผ่านมาครอบครัวของเธอลำบาก หาเช้ากินค่ำ บ้านก็ต้องเช่าอยู่ ไม่มีเงิน ส่วนฝั่งของนายชูศักดิ์มีบ้าน มีรถพร้อม แต่ยังค่อยมากดดันกันตลอด

เมื่อถามว่าอยากจะขอโทษครอบครัวของอีกฝั่งหรือไม่ นางน้อย ตอบว่า ไม่ขอโทษ ต่างฝ่ายต่างสูญเสีย และต่อจากนี้ไปขอให้ต่างฝ่ายต่างอยู่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน