สืบนครบาล – สืบภาค 5 รวบหลานเจ้าของร้านปืนดังย่านวังบูรพา ร่วมแก๊งลักลอบขายกระสุนปืนอาวุธสงคราม ส่งชายแดนเหนือ
วันที่ 11 ก.ย.2568 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. ชุดสืบสวนภูธรภาค 5 ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ตำรวจสภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน จับกุมนายธนัชพงศ์ หรือนัท อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สะเรียงที่จ.81/2568 ข้อหามีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยจับได้ที่ลอนจอดรถแห่งหนึ่งย่านวังบูรพา กทม.
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2568 เวลาประมาณ 11.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบเมย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ได้ทำการตรวจค้นจับกุม ผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลางเครื่องกระสุนปืน ขนาด 7.62 มม. จำนวน 15,000 นัด โดยกล่าวหาว่า มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย บริเวณ ท่าเรือแม่ปัว ม.1 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จว.แม่ฮ่องสอน ซึ่งจากซักถามกระสุน ดังกล่าวจะถูกนำไปส่งที่บริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน
ต่อมา วันที่ 6 ก.ย.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึด เครื่องกระสุน ขนาด 7.62 มม, บรรจุใน
กล่องกระดาษ (กล่องละ) 1,000 นัด จำนวน 15 กล่อง รวม 15,000 นัด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.สส.1 บก.สส.ภ.5 ร่วมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 3บก.สส.บช.น. ได้ร่วมกันสืบสวนขยายผลผู้จัดส่งพัสดุดังกล่าว
จนกระทั่ง รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุญาตศาลจังหวัดแม่สะเรียงอนุมัติออกหมายจับ นายนัท อายุ 37 ปี คนส่งพัสดุดังกล่าว เป็นหลานเจ้าร้านปืนชื่อดังย่านวังบูรพา จึงนำกำลังเข้าจับกุม
นอกจากนี้ชุดสืบนครบาล ร่วมกับตำรวจสืบสวน ภ.5 ,ตำรวจสืบสวน จ.แม่ฮ่องสอนและตำรวจสภ.สบเมย ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อหาผู้จัดหากระสุนปืนขนาดดังกล่าวและผู้รับผลประโยชน์จากขบวนการลักลอบจำหน่ายเครื่องกระสุนปืน (อาวุธสงคราม) หากพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมหรือพบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของขบวนการดังกล่าว จะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) จึงได้มารายงานผลการปฏิบัติในการสืบสวนจับนี้ โดยเล็งเห็นถึงความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป หากพบเบาะแสสามารถแจ้งมายัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกองบัญชาการตำรวจนครบาล ผ่านสายด่วน 191

