นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยในงานสัมมนา เรื่อง “ดอกเบี้ยลด…ช่วยฟื้นเศรษฐกิจ-อสังหาฯ-ตลาดทุน…?” ว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยไม่ใช่การแก้ปัญหา เพราะปัญหาเศรษฐกิจไทย และอสังหาริมทรัพย์ มาจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง มาจากการบริโภคสะสมจนกระทบกำลังซื้อ เพราะต้องเอาเงินรายได้ไปใช้หนี้ ไม่ใช่การบริโภคใหม่ หรือ ไม่มีเงินออมในการซื้ออสังหาฯ และสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
“ตอนนี้มูลค่าการโอนในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ยังติดลบ จากการที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงอสังหาฯ ได้ ด้วยสถาบันการเงินเข้มงวดการให้สินเชื่อ หนี้สินเยอะทำให้กำลังซื้อน้อยลง อสังหาฯ ในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท กระทบหนักอยู่ในภาวะติดลบแล้ว หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้จะกระทบจากล่างสู่บนแล้ว ซึ่งจะส่งกระทบไปถึงการลงทุนของผู้ประกอบการได้ ซึ่งหากไม่มีการลงทุนในตลาดอสังหาฯ ที่เป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย อาจจะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจจะชะงักได้”
อย่างไรก็ดี แม้การลดดอกเบี้ยจะไม่ได้ตอบโจทย์ชัดเจนกับการโอน และการปล่อยสินเชื่อ แต่ถ้ามีการลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ก็ลุ้นบวกให้กับภาพรวมตลาดได้เล็กน้อยในช่วงปลายปีนี้
นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯ เริ่มเห็นสัญญาณตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งอาศัยการซื้อของต่างชาติ มาจนถึงปลายปี 2566 เริ่มชะลอตัวชัดเจน และในปี 2567 ไม่ดีเลย ซึ่งภาพรวมอสังหาฯ ขายไม่ได้ โอนไม่ได้ หนี้เสียสูง และหลายโครงการเปลี่ยนจากขายมาเป็นเช่า
“มาตรการรัฐใช้เกือบหมดทั้งนโยบายการคลัง และการเงิน ก็ยังไม่ดีขึ้น หวังว่ารัฐจะมีงบประมาณในการกระตุ้นตลาดอสังหาฯ”
ในขณะที่การลดดอกเบี้ย มีผลกระทบทั้งแง่บวก และลบ โดยในแง่บวกช่วยกระตุ้นการบริโภคและการลงทุน เพิ่มความต้องการภาคอสังหาฯ กระตุ้นการสร้างและพัฒนาอสังหาฯ เพิ่มความสนใจในตลาดทุน ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ส่งผลต่อค่าเงินบาทช่วยกระตุ้นการส่งออกและการท่องเที่ยว
ส่วนในแง่ลบ การลดดอกเบี้ยส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ความเสี่ยงด้านหนี้สิน กระทบต่อความน่าสนใจของเงินฝาก ความเสี่ยงต่อภาคธนาคาร กระตุ้นการเก็งกำไรในอสังหาฯ และหุ้น ดังนั้นการลดดอกเบี้ยต้องมีมาตรการอื่นมาเสริมด้วย
นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตอนนี้เหมือนเจอโควิด อสังหาฯอยู่ ในช่วงโควิด-19 ยังไม่ชะลอตัวเท่าขณะนี้ และหากเทียบกับช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ที่เหมือนกัน คือ balance sheet crisis หรือ วิกฤตงบดุล แต่ครั้งนี้เกิดจากคน ที่ไม่ใช่บริษัท คนวิกฤตก่อน มาจากการมีหนี้สินเยอะ แต่รายได้เท่าเดิม ซึ่งเป็นเรื่องที่แก้ยากมาก วิธีที่ดีที่สุด คือ หารายได้เพิ่ม ไม่ใช่เรื่องง่าย
“การลดอัตราดอกเบี้ย จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือไม่ ตอนนี้ไม่แน่ใจ แต่ในภาคอสังหาฯ ทำให้คนผ่อนบ้านในเงินที่น้อยลง และภาพรวมดีขึ้นได้บ้าง”
นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานชมรมวาณิชธนกิจ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (IB CLUB) กล่าวว่า ในช่วงโควิด ตลาดหุ้นจะดี ดอกเบี้ยต่ำ ต้นทุนการเงินลดลง แต่ผู้ประกอบการธุรกิจก่อหนึ้ ทำให้ภาวะหนี้พอกพูน มองว่าการลดดอกเบี้ยในขณะนี้ไม่ได้ช่วย เพราะเงินต้นยังไม่มีจ่าย ยอมรับว่าน่าเป็นห่วงสำหรับตลาดอสังหาฯ สัญญาณมาก่อนโควิด หารายได้มาครอบคลุมหนี้ไม่ง่าย เพราะกำลังซื้อในไทยมีปัญหา แม้ว่าจะมีความต้องการอยู่ ในอนาคตคนไทยจะที่อยู่อาศัยหรือไม่ โดยตอนนี้ขายให้ต่างชาติ คนไทยเช่าที่อยู่อาศัยแทน