นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานผู้บริหารสายงานกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่ระดับหนี้ครัวเรือนไทยที่สูง ทำให้การกู้ยืมเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ เป็นไปได้ยาก เนื่องจากรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย ยิ่งอัตราดอกเบี้ยยังไม่ได้ปรับลดลง ส่งผลกระทบ 2 เด้งกับผู้ประกอบการ คือ ขณะที่ภาระดอกเบี้ยยังไม่ลด ก็กระทบกำลังซื้อในประเทศ ส่วนกำลังซื้อจากต่างประเทศก็ลดลงเนื่องจากสินค้ามีราคาสูงขึ้นจากการแข็งค่าของเงินบาท ทั้งที่ปัจจุบันประเทศมหาอำนาจ ต่างทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงแล้วตั้งแต่ 0.25-0.50%
ทำให้มองว่าการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ เรื่องดอกเบี้ยจึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน การลดดอกเบี้ยจะช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งสถานการณ์ของอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ ความต้องการโดยรวมยังไม่ฟื้นตัว แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สามารถปรับตัวได้ก็ยังทำผลประกอบการได้ดี เนื่องจากมีสายป่านที่ยาวกว่า หันไปพัฒนาสินค้าที่ราคาสูงขึ้นเจาะตลาดที่มีกำลังซื้ออยู่
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์แบบนี้ถ้าปล่อยต่อไปก็อาจจะไม่ส่งผลดีต่อภาพรวมเท่าไหร่ เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ แม้สถานการณ์จะท้าทาย แต่เพื่อสร้างโอกาสให้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยยังมีโอกาสเติบโต โดยข้อเสนอแนะรัฐบาล ให้พิจารณา 1.การปรับนโยบายให้เอื้อต่อการลงทุนจากต่างชาติ 2. พัฒนาระบบภาษีให้มีประสิทธิภาพ 3. สร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาและการกระจายรายได้
“เพราะอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย การฟื้นตัวของภาคนี้จะเป็นกุญแจสำคัญสู่การเติบโตที่ยั่งยืนของประเทศ” นายภูมิภักดิ์ กล่าว