นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานปี 2568 และในอนาคตจะมุ่งเน้นที่ธุรกิจที่อยู่อาศัยและธุรกิจสุขภาพทั้งเชิงการรักษาและเชิงป้องกัน ภายใต้โรงพยาบาลวิมุต ซึ่งบริษัทถือหุ้น 100% โดยเฉพาะในส่วนของโครงการที่อยู่อาศัยจะมีการเชื่อมโยงความเป็นเวลเนส เรสซิเดนซ์ หรือ ที่พักอาศัยที่เน้นเรื่องของสุขภาพ และ เวลบีอิ้ง หรือ การมีสุขภาวะที่ดี เพื่อเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าในด้านการอยู่อาศัย
ส่วนธุรกิจที่ลงทุนไปแล้วและยังดำเนินการอยู่ เช่น โครงการ โอเมก้า บางนา โลจิสติกส์แคมปัส คลังสินค้าครบวงจร มูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท พื้นที่คลังสินค้ากว่า 2 แสนตร.ม. ย่านบางนา จ.สมุทรปราการ ปัจจุบันกำลังก่อสร้าง จะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ในกลางปี 2569 เป็นต้นไป ตลอดจนในส่วนของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนพรีคาสท์ ภายใต้อินโนพรีคาสท์ ปีนี้จะมีรับงานภายนอกในสัดส่วน 48% และธุรกิจรับเหมาก่อสร้างภายใต้อินโนคอนสตรัคชั่นเช่นกันปีนี้จะมีการรับงานก่อสร้างนอกเครือพฤกษาฯ รวมถึงรับงานก่อสร้างบ้านระดับราคาตั้งแต่ 10-30 ล้านบาทขึ้นไป
“ภาพรวมตลาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยในปัจจุบันหดตัวจากช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาที่มีขนาดของตลาดใหญ่ถึง 5 แสนยูนิต ปัจจุบันเหลือ 3.5 แสนยูนิต และในอีก 5-6 ปีข้างหน้ามีโอกาสจะหดตัวลงเหลือ 2.5 แสนยูนิต แต่อย่างไรก็ดี พฤกษาฯ ก็ยังอยู่ในธุรกิจนี้ ในขณะที่ธุรกิจเฮลธ์แคร์ เป็นเรื่องปกติทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่ยังมีความต้องการไม่ว่าจะในด้านการรักษาหรือ การรักษาเชิงป้องกัน ประกอบกับไทยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษา ซึ่งมองไปในระยะ10 ปีข้างหน้ายังมีโอกาสเติบโต และเป็นทิศทางในอนาคตที่จะเข้ามาเสริมการเติบโตของรายได้พฤษาให้มีความยั่งยืน”

โดยในอนาคตสัดส่วนรายได้จากธุรกิจเฮลธ์แคร์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็น 50/50 ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันรายได้หลัก 70% มาจากกลุ่มธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ขณะที่ธุรกิจเฮลธ์แคร์อยู่ที่ 20% ที่เหลืออีก 10% เป็นรายได้อื่นๆ
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัยวางแผนเปิดตัว 22 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 23,400 ล้านบาทแบ่งเป็น ทาวน์เฮาส์ 8 โครงการ มูลค่า 4,900 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 9 โครงการ มูลค่า 10,400 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 8,100 ล้านบาท เน้นพัฒนาโครงการเวลเนสเรสซิเดนซ์ และโครงการที่มีจุดเด่นด้านทำเล โดยเฉพาะโครงการแนวราบเดอะ ปาล์ม และปีนี้จะเปิดตัวแบรนด์เดอะรีเซิร์ฟ ในตลาดบ้านหรู ซึ่งจะพัฒนาเพื่อรองรับตลาดเช่าระยะยาวให้ตลาดต่างชาติทั้งจีน ไต้หวัน และเมียนมา ขณะที่ตั้งเป้ายอดขาย 19,800 ล้านบาท และยอดขายผ่านโครงการร่วมทุนอีก 3,200 ล้านบาท รวมถึงยอดโอน 18,700 ล้านบาท และยอดโอนผ่านโครงการร่วมทุนอีก 1,600 ล้านบาท
ส่วนธุรกิจโรงพยาบาลและเฮลธ์แคร์ ปีนี้เป็นปีเริ่มต้นการลงทุน 3 โรงพยาบาลใหม่ ประกอบด้วยโรงพยาบาลวิมุต ทองหล่อ 12 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุที่จะมีโรคข้อเข่าตามมา เตรียมก่อสร้างและเปิดบริการปีหน้า ส่วนอีก 2 แห่งประกอบด้วยโรงพยาบาลที่สุขุมวิท 54 และปิ่นเกล้า ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนออกแบบและดูทิศทางตลาด เบื้องต้นต้องการให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง แต่เนื่องจากตลาดเฮลธ์แคร์ในปัจจุบันเปลี่ยนเร็วมาก โรคใหม่เกิดขึ้นเร็วมาก เช่นปัจจุบันโรคติดเชื้อ โรคที่เกิดจากฝุ่น PM2.5 เกิดขึ้นเร็วมาก ดังนั้นต้องรอดูทิศทางในอนาคตก่อน
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันบริษัทมีโรงพยาบาลวิมุต รองรับคนไข้ได้ 240 เตียง ส่วนโรงพยาบาลเทพธารินทร์ ปัจจุบันมี 80 เตียง และอยู่ระหว่างขยายอีก 50 เตียง ดังนั้นปัจจุบันสามารถรองรับผู้ใช้บริการได้ประมาณ 400 เตียง ทั้งนี้ยังมีโรงพยาบาลผู้สูงอายุ ที่ซอยวัขรพล อีก 50 เตียง ซึ่งจะเปิดดำเนินการในปีนี้ด้วย ซึ่งในส่วนของ 3 โรงพยาบาลที่เตรียมจะทยอยเปิดให้บริการ ยังสามารถขยายการลงทุนเฟสต่อเนื่องได้อีก 3-4 เฟส ซึ่งรวมแล้วโรงพยาบาลวิมุตจะมีความสามารถในการรองรับการให้บริการได้ถึง 600-700 เตียง ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า
โดยผลการดำเนินงานปี 2567 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 21,000 ล้านบาท มีกำไรสุทธิที่ 456 ล้านบาท ส่วนปี 2568 ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 23,500 ล้านบาท