สมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร สับสน พ.ร.บ.แอลกอฮอลล์ กระทบผู้ประกอบการ-ธุรกิจสายดริงก์ เตรียมทำหนังสือร้องนายกฯ เคลียร์ให้ชัด หลังฉุดไฮซีซั่นเงียบเหงา

นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ กำลังสับสนกับ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ ถึงความชัดเจนในการบังคับใช้และขอบเขตการบังคับตามพ.ร.บ.ฉบับนี้

เนื่องจากขณะนี้มีความวิตกประเด็นหนึ่ง ในปัญหาของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือ พอถึงเวลาหยุดห้ามขาย 14.00-17.00 น. หรือ 01.00 น. หากมีลูกค้าหรือฝรั่งนักท่องเที่ยว นั่งดื่มต่อ ทั้งที่มีเบียร์เหลืออยู่ครึ่งขวดหรือครึ่งเหยือก จะโดนปรับ 10,000 บาท ทั้งร้านและตัวลูกค้าที่นั่งดื่มอยู่ และมีการแจ้งเตือนของสถานทูตต่างประเทศในไทยแล้ว

ดังนั้น สมาคมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย สมาคมโรงแรม ชมรมร้านอาหารกลางคืน ผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร และตัวแทนจากธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เตรียมประชุมหารือ รวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะ ทำเป็นหนังสือถึงนายกฯอนุทิน และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอเข้าพบอธิบาย และรับฟังนโยบาย ซึ่งก่อนหน้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เคยกล่าวถึงการขยายโซนนิ่งและขยายเวลาปิดสถานบริการ ให้สอดคล้องกับความนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

“ก่อนที่ความสับสนและไม่รู้ถึงขั้นตอนทางกฎหมายฉบับใหม่ อยู่ตรงไหน จะกลายเป็นอุปสรรคหลักในต่อการท่องเที่ยว และลดทอนการใช้จ่ายภาคท่องเที่ยว ที่กำลังเข้าช่วงไฮซีซั่น โดยเฉพาะชาวยุโรปกำลังทยอยเดินทางและเข้าพักในไทยมากขึ้น เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมนิยม และเคยชินกับการดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงค่ำคืน ร้านบริการที่จำหน่ายดริงก์ที่ไม่ได้มีใบอนุญาตสถานการโดยเฉพาะ อย่าง ภัตตาคาร หรือ โรงแรมจะลำบากในการทำการค้า”

นายสง่า กล่าวเพิ่มเติมว่า ต่างประเทศก็จับตามอง ทางออสเตรเลียเป็นชาติแรก ที่มีการเตือนนักท่องเที่ยวของเขาแล้ว ผู้ประกอบการไทยเองยัง งงๆ สับสน ๆ บังคับใช้กฎหมายใหม่แล้วหรือ และจะถูกปรับ 1 หมื่นแล้วหรือ รับทราบว่าทางยูเคและสหรัฐ ก็ติดตามในเรื่องนี้ เกรงว่าจะไม่เข้าใจ ต่างชาติจะไปเที่ยวประเทศอื่นแทน

“จึงมีความกังวลว่า หากไม่ชัดเจน อาจเป็นช่องโหว่ทางกฎหมาย และกระทบต่อความเชื่อมั่นไทยต่อสายตานักท่องเที่ยว กระทบต่อภาคท่องเที่ยวและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ที่ตอนนี้เศรษฐกิจไทยซึมหนัก นักท่องเที่ยวหายไปอีก จะยิ่งหนักขึ้น”

สำหรับสถานการณ์การค้า พบว่าบรรยากาศที่ถนนข้าวสาร ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ และยุโรปเป็นหลัก คนจีนและเอเชีย ยังน้อย คนไทยเกือบไม่มีเลย จากที่พูดคุยกับผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มใจกลางเมือง เช่น โซนราชดำริ ยืนยันกำลังซื้อยังไม่กลับมาและต่างชาติที่มาก็ลดใช้จ่าย จากเคยสั่งเหล้าต่อเนื่อง เหลือดื่มเบียร์แทน

นายสง่า กล่าวย้ำว่า หากเจอกฎระเบียบภาครัฐที่ไม่เหมาะกับสถานการณ์ท่องเที่ยว จะยิ่งกดดันผู้ประกอบการและการใช้จ่ายคนต่างชาติหายไป ซึ่งปกติช่วง 1-2 เดือนก่อนสิ้นปี และ1 เดือนเข้าปีใหม่ เป็นช่วงทำรายได้ให้มากกว่าปกติ 20-30% บางพื้นที่มีกิจกรรมจะสูงถึง 50% แต่ปีนี้จะเข้ากลางเดือนพ.ย.แล้ว บรรยากาศและยอดขายค่อนข้างเงียบมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน