ไอคอนสยาม ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ได้รับคัดเลือกขึ้นเป็น 1 ใน 3 โครงการอสังหาริมทรัพย์ด้านค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในรอบ 30 ปี

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร กรุงเทพฯ กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด จัดงานแถลงข่าวประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญของ “ไอคอนสยาม” หลังได้รับรางวัลระดับโลก Most Influential Retail Property Project of the Past 30 Years จากเวที MAPIC Awards 2025

โดยไอคอนสยามถูกคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 โครงการอสังหาริมทรัพย์ด้านค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 30 ปี สะท้อนบทบาทของประเทศไทยบนเวทีโลก และยืนยันความสำเร็จในการสร้างสรรค์โกลบอลแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 

นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า รางวัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่เป็น ความสำเร็จของประเทศไทย ที่พิสูจน์ให้โลกเห็นถึงศักยภาพของคนไทย โดยมีแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงเป็นแบบอย่างในการนำเสนอความเป็นไทยที่งดงามและร่วมสมัย

ในโอกาสครบรอบ 7 ปีของไอคอนสยาม โครงการนี้ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “World Class Global Destination” ที่แตกต่างจากศูนย์การค้าทั่วไป และถูกออกแบบผ่าน “7 สิ่งมหัศจรรย์” (Seven Wonders) ดังนี้ 1.งานออกแบบสถาปัตยกรรมระดับโลก ที่ผสานเอกลักษณ์ไทยเข้าไว้ในทุกองค์ประกอบ โดยทีมสถาปนิก วิศวกร และนักออกแบบชั้นนำของไทยและนานาชาติ

2.ที่สุดของการรวมสินค้าและบริการระดับโลก ตั้งแต่แบรนด์ลักชัวรีระดับ World Class ไปจนถึงแบรนด์ไทยชั้นนำ ดึงดูดความเชื่อมั่นและการลงทุนจากต่างชาติ แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจและการเมืองของประเทศไม่มั่นคง

3.ต้นแบบการพัฒนาเมืองริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วย “River Park” พื้นที่สาธารณะกว่า 5 ไร่ ร่วมกับ 13 ชุมชนรอบโครงการ เพื่อให้ชุมชนและประชาชนสามารถใช้พื้นที่ริมน้ำร่วมกัน และเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยมีโชว์น้ำพุริมแม่น้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

4.เมืองสุขสยาม (SookSiam) แหล่งรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ และอาหารจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อผลักดันผู้ประกอบการท้องถิ่นจาก Local Hero สู่ Global Hero 5.ศูนย์ประชุมและสถานที่แสดงงานขนาดใหญ่ริมแม่น้ำ รองรับการประชุมระดับนานาชาติและการจัดงานระดับโลก พร้อมโรงแรมกว่า 20 แห่งรอบพื้นที่โครงการ

6.รวมศิลปะและวัฒนธรรมไทยในทุกมิติ ร่วมกับศิลปินแห่งชาติและศิลปินรุ่นใหม่ ถ่ายทอด “ความเป็นไทย” ผ่านงานศิลปะในพื้นที่โครงการ และ7.พลังความร่วมมือของคนไทยและพันธมิตร ทั้งภาคธุรกิจ ชุมชน และผู้ประกอบการกว่า 10,000 ราย ที่ร่วมฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 จนโครงการยังยืนหยัดและเติบโตได้

“รางวัลนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของสยามพิวรรธน์ในการเป็นผู้นำด้าน Global Destination ที่ยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็น ศูนย์กลางค้าปลีกระดับโลก และเป็น Game Changer ที่สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้เสมอและนอกจากความสำเร็จบนเวทีโลกแล้ว ไอคอนสยามยังเติบโตอย่างแข็งแรงในด้านธุรกิจ

นอกจากรายได้ที่มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติระดับบนแล้วนั้น ยังมีฐานลูกค้าหลักเป็น ชาวไทย ส่วนใหญ่จากฝั่งธนบุรีและจังหวัดโดยรอบ เช่น นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ราชบุรี และเพชรบุรี โดยรายได้หลักทั้งหมด หลังโควิด-19 เติบโตทันที 24% และมีกำไรในระดับ Double Digit ของรายได้ทุกปี ทำให้ธุรกิจยังสามารถไปต่อได้สม่ำเสมอ ทั้งในมิติธุรกิจและชุมชน” นางชฎาทิพกล่าว

นางชฎาทิพ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ปี 2568 นี้ประเทศเจอความท้าทายหลายด้านทั้ง ทางเศรษฐกิจและการเมือง แต่ภาคเอกชนไทยยังคงเดินหน้าลงทุนต่อ และตนเชื่อว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่งโชคดี เพราะเอกชนไทยเข้มแข็ง โดยเฉพาะสยามพิวรรธน์ที่พร้อมขยายอย่างต่อเนื่อง และตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ถึง มกราคม 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการและการลงทุนใหม่หลายรายการ

“เราจะมุ่งมั่นและทุ่มเททำทุกวิถีทาง เพื่อให้ไอคอนสยามเป็น ‘แม่เหล็ก’ ดึงดูดที่ทรงพลัง ที่จะทำให้คนทั้งโลกกลับมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยครั้งแล้วครั้งเล่า และหลงรักประเทศไทยอีกครั้งอย่างไม่มีวันสิ้นสุด” นางชฎาทิพ กล่าว

สำหรับรางวัล Most Influential Retail Property Project of the Past 30 Years จากเวที MAPIC Awards 2025 เป็นรางวัลระดับโลกที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น “รางวัลออสการ์ของวงการ Retail”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน