ก.อุตฯ หารือ สอน. เร่งถกแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย หลังราคาน้ำตาลตลาดโลกลดลงต่อเนื่อง จ่อเสนอ ครม. พิจารณาเร็วๆ นี้

นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย ภายหลังราคาน้ำตาลในตลาดโลกลดลงต่อเนื่อง ว่ากระทรวงได้หารือกับนายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เพื่อวางแนวทางบรรเทาผลกระทบ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย

“ต้นทุนการปลูกอ้อยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1,358 บาทต่อตัน แต่ราคาขายเฉลี่ยเหลือเพียง 900 บาทต่อตัน ทำให้เกษตรกรต้องรับภาระต้นทุนเพิ่ม จากการปฏิบัติตามมาตรการลดฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นนโยบายดูแลสิ่งแวดล้อมที่ภาครัฐขอความร่วมมือในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ”

โดยกระทรวงเตรียมเสนอแผนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งด้านการเงิน การส่งเสริมเทคโนโลยี และการสร้างแรงจูงใจให้ชาวไร่อ้อยเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติรายได้เกษตรกร สิ่งแวดล้อม และความสามารถแข่งขันในตลาดโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการ สอน. ระบุว่าฤดูการผลิตอ้อย ปีการผลิต 2568/2569 คาดว่าจะมีอ้อยเข้าหีบประมาณ 93 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.9% จากปีก่อน เนื่องจากฝนตกดีและกระจายตัวทั่วถึง แต่ราคารับซื้ออ้อยลดลงเหลือเฉลี่ย 917 บาทต่อตัน จาก 1,060 บาทในปีก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน สอน. ได้กำหนด 6 มาตรการหลักลดการเผาอ้อยและแก้ปัญหา PM2.5 มุ่งเป้าหมาย “อ้อยไฟไหม้ 0%” ในฤดูการผลิต 2568/69 ได้แก่ 1.บังคับใช้กฎหมายจำกัดอ้อยเผาไม่เกิน 10% ของทั้งฤดูและหยุดรับอ้อยช่วง 27 ธ.ค.2568-4 ม.ค.2569 2.สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำปีละ 2,000 ล้านบาท รวม 6,000 ล้านบาท เพื่อจัดหาเครื่องจักรกลเกษตร

3.มาตรการเงินอุดหนุนจูงใจเกษตรกรที่ส่งอ้อยสดสะอาด 100% 4.สร้างมูลค่าเพิ่มจากใบและยอดอ้อยผ่านโรงไฟฟ้าชีวมวล 5.รณรงค์สร้างความตระหนักรู้และให้ประชาชนร่วมแจ้งการเผาอ้อยผ่านแอป Traffy Fondueจัดตั้ง War Room ติดตามข้อมูลรายวันและประเมินผลต่อเนื่อง และ 6.พร้อมผลักดัน 5 ยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายปี 2569 ได้แก่

ด้านสิ่งแวดล้อม : ผลักดันการผลิต “น้ำตาลสีเขียว (Green Sugar)” และอ้อยสดปลอดเผา 100%
ด้านเครื่องจักรกล : สนับสนุนสินเชื่อและสิทธิประโยชน์ BOI ส่งเสริม Smart Farming
ด้านเทคโนโลยี : ใช้นวัตกรรมติดตามจุดความร้อน (Hotspot) และบริหารจัดการข้อมูลแบบเรียลไทม์
ด้านประสิทธิภาพการผลิต : เพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนด้วยพันธุ์อ้อยและการจัดการปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
ด้านความเป็นธรรม : ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเกษตรกร โรงงานน้ำตาล และภาครัฐ เพื่อสร้างระบบที่เป็นธรรมและยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน