Webull เตรียมเปิดเทรดหุ้นไทยเต็มรูปแบบ ล่าสุดเปิดตัว “Webull Prime” เจาะกลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง ตั้งเป้าขยาย AUM สู่ 30,000 ล้านบาท ในปี 2569 พร้อมเพิ่มตลาดหุ้นฮ่องกง–จีน ภายในสิ้นปีนี้
วันที่ 13 พ.ย. 2568 นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “Webull Thailand” บริษัทย่อยของ วีบูลล์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นแนชแด็ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เจ้าของแพลตฟอร์มเทรดหุ้นออนไลน์ Webull เปิดเผยว่า Webull ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จากกระทรวงการคลัง และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เบื้องต้นให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับนักลงทุนรายย่อย ที่ต้องการลงทุนในหุ้นอเมริกา ETF และ Options ขณะเดียวกันในสัปดาห์เตรียมเปิดให้เทรดหุ้นไทยเป็นครั้งแรกด้วย
โดยปัจจุบัน Webull Thailand มียอดดาวน์โหลดและลงทะเบียนเป็นผู้ใช้งาน (Register User) อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านราย ขณะที่มียอดการเปิดบัญชีที่พร้อมเทรด (Active Account) อยู่ที่ประมาณ 300,000 กว่าบัญชี และมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (Assets Under Management – AUM) ประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6,000 ล้านบาท
สำหรับแผนธุรกิจของบริษัทในปีนี้ตั้งเป้าหมายขยายฐาน AUM เพิ่มเป้น 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 9,000 ล้านบาท และภายในปี 2569 มีเป้าหมายในการขยาย AUM เพิ่มเป็น 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 30,000 ล้านบาท

โดยที่ล่าสุดได้เปิดตัว Webull Prime เจาะกลุ่มลูกค้า High NetWorth หรือกลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูง หลังเห็นแนวโน้มธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) มีการเติบโตสูง สำหรับเงื่อนไขการเปิดบัญชีลูกค้า High NetWorth ต้องมีพอร์ตลงทุนกับ Webull ตั้งแต่ 300,000 เหรียญสหรัฐฯ ขึ้นไป (เทียบเท่า 10 ล้านบาท) โดยลูกค้ากลุ่มนี้จะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดค่าคอมมิชชันหุ้นอเมริกาและ ETF 50% เหลือ 0.05% (จากอัตราปกติ 0.1%)
อีกทั้งลูกค้า Webull Prime ยังไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการดูข้อมูลด้านการลงทุนแบบเรียลไทม์ทั้งหมด (เช่น Nasdaq Total View, ราคา Option แบบ Real-time, SEC Tracker สำหรับดูพอร์ตนักลงทุนระดับโลก) นอกจากนี้ยังสามารถเข้าร่วมคลับและการพบปะการเข้าถึงงานสัมมนาพิเศษ (Alpha Invest Club) รวมถึงได้สิทธิ์เข้าพบผู้บริหารและเยี่ยมชมบริษัทชั้นนำในต่างประเทศด้วย อย่างไรก็ดีบริษัทตั้งเป้าฐานลูกค้า Webull Prime ในปีนี้ที่ 200 ราย จากกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพกว่า 1,000 ราย
“เป้าหมายของ Webull ณ เวลานี้ คือการตั้งเป้าขยายตัวเลือกสินทรัพย์ไปยังทั่วโลก พร้อม ๆ กับการยกระดับฟีเชอร์ต่าง ๆ เพื่อให้แพลตฟอร์มการลงทุนของเราตอบโจทย์นักลงทุนไทยอยู่เสมอ เช่น การพัฒนาเทคโนโลยี Market Quote แบบเรียลไทม์สำหรับหุ้น สัญญาออปชัน หรือแม้แต่โมเดลบริการวางแผนการลงทุนแบบอัตโนมัติ (Robo Advisory) ที่มีการนำโมเดลการลงทุนจากพาร์ตเนอร์ชั้นนำในต่างประเทศ มาไว้ในแพลตฟอร์มของเรา เพื่อให้ทุกคนสามารถเทรดและลงทุนได้แบบครบจบที่ Webull แบบเดียวกับนักลงทุนในเวทีโลก”
นายชลเดช กล่าวและว่าแผนระยะต่อไป บริษัทยังเตรียมเพิ่มหุ้นฮ่องกงและหุ้นจีน คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปลายปีนี้ เนื่องจากหุ้นทั้ง 2 ตลาดดังกล่าว จากข้อมูลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าหุ้นต่าวงประเทศที่คนไทยมีการลงทุนสูงสุด ประกอบด้วย หุ้นอเมริกา ฮ่องกง และจีน ซึ่งรวมกันคิดเป็นประมาณ 80%
ขณะเดัยวกันในปีหน้า อาจจะมีการทยอยเพิ่มตลาดอื่น ๆ ที่ Webull มีใบอนุญาต เช่น กลุ่มประเทศ EU (เนื่องจากมีหุ้นแฟชั่นมาก) และ ญี่ปุ่น (เช่น Sony, Toyota) ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า
นายชลเดช ยังกล่าวตอนท้ายถึงมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน Downside หรือ ทิศทางราคาที่ปรับลดลงมีจำกัดแล้ว โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ เช่น หุ้นกลุ่มธนาคารบางตัว มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงถึง 8% ดังนั้นมองว่าเป็นเรื่องยากที่ราคาจะลงไปอีกครึ่งหนึ่งจากปัจจุบัน ดังนั้นมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ย ดังนั้นคาดการณ์ว่าสัดส่วนรายได้ของบริษัทจะมาจากค่าคอมมิชชันของหุ้นไทยจะอยู่ที่ไม่เกิน 30% ของรายได้รวมทั้งหมด ส่วนอีก 70% จะยังคงมาจากหุ้นอเมริกา
สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การลงทุนระดับสูง หรือต้องการเข้าถึงการลงทุนแบบครบทุกมิติ ผ่านฟีเชอร์สุดพิเศษต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อนักลงทุนไทย สำหรับการเทรดหุ้นสหรัฐฯ หุ้นไทย กองทุน ETFs หรือสัญญาออปชัน ก็สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Webull Thailand เพื่อเข้าถึงแพลตฟอร์มการลงทุนระดับโลกได้แล้ววันนี้ ทั้งบน AppStore และ PlayStore โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.webull.co.th และเพจ www.facebook.com/WebullThai
ในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การลงทุน และตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายใหญ่ของเรา ผ่านสิทธิประโยชน์ และบริการต่าง ๆ ที่ทาง Webull พร้อมมอบให้ โดยเราเองหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวก ไปพร้อมกับการช่วยเสริมความมั่งคั่งทางการลงทุน ให้กับทั้งกลุ่มลูกค้าระดับสูง และกลุ่มลูกค้าทั่วไป ในอนาคตระยะยาวด้วยเช่นกัน”
โดยภายในงานอิเวนต์สุดพิเศษครั้งนี้ ทาง Webull ได้มีการประกาศถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ สำหรับลูกค้ากลุ่ม Webull Prime ไม่ว่าจะเป็นการได้รับบริการแบบวีไอพี การเข้าถึงงานสัมมนาสุดพิเศษ (Alpha Invest Club) การได้สิทธิ์เข้าพบผู้บริหารและเยี่ยมชมบริษัทชั้นนำในต่างประเทศ และการได้สิทธิ์ซื้อขายในสหรัฐฯ ด้วยราคาสุดพิเศษ อีกทั้งภายในงานอิเวนต์ครั้งนี้ ได้มีการจัดเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีร่วมกับกลุ่มลูกค้าที่ได้รับเชิญ รวมถึงการจัดบรรยายเสวนาจากวิทยากรรับเชิญ ในระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมการลงทุน พร้อมกับพันธมิตรหลัก และผู้บริหาร Webull ประเทศไทย ด้วยเช่นกัน
“เป้าหมายของ Webull ณ เวลานี้ คือการตั้งเป้าขยายตัวเลือกสินทรัพย์ไปยังทั่วโลก พร้อม ๆ กับการยกระดับฟีเชอร์ต่าง ๆ เพื่อให้แพลตฟอร์มการลงทุนของเราตอบโจทย์นักลงทุนไทยอยู่เสมอ เช่น การพัฒนาเทคโนโลยี Market Quote แบบเรียลไทม์สำหรับหุ้น สัญญาออปชัน หรือแม้แต่โมเดลบริการวางแผนการลงทุนแบบอัตโนมัติ (Robo Advisory) ที่มีการนำโมเดลการลงทุนจากพาร์ตเนอร์ชั้นนำในต่างประเทศ มาไว้ในแพลตฟอร์มของเรา เพื่อให้ทุกคนสามารถเทรดและลงทุนได้แบบครบ จบที่ Webull แบบเดียวกับนักลงทุนในเวทีโลก” นายชลเดช กล่าว
สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การลงทุนระดับสูง หรือต้องการเข้าถึงการลงทุนแบบครบทุกมิติ ผ่านฟีเชอร์สุดพิเศษต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อนักลงทุนไทย สำหรับการเทรดหุ้นสหรัฐฯ หุ้นไทย กองทุน ETFs หรือสัญญาออปชัน ก็สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Webull Thailand เพื่อเข้าถึงแพลตฟอร์มการลงทุนระดับโลกได้แล้ววันนี้ ทั้งบน AppStore และ PlayStore โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.webull.co.th และเพจ www.facebook.com/WebullThai
เกี่ยวกับ Webull
Webull Corporation (NASDAQ : BULL) เป็นเจ้าของและผู้ให้บริการ Webull แพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลชั้นนำที่สร้างขึ้นบนโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกยุคใหม่ ผ่านเครือข่ายนายหน้าที่ได้รับใบอนุญาตทั่วโลก Webull ให้บริการด้านการลงทุนใน 14 ประเทศทั่วอเมริกาเหนือ, เอเชียแปซิฟิก, ยุโรป, และละตินอเมริกา Webull ให้บริการผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนกว่า 24 ล้านคนทั่วโลก มอบการเข้าถึงตลาดการเงินระดับโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน นักลงทุนรายย่อยสามารถนำกลยุทธ์การลงทุนไปใช้งานได้ด้วยการซื้อขายหุ้นทั่วโลก, กองทุนอีทีเอฟ, ออปชัน, ฟิวเชอร์ส, เศษหุ้น (Fractional Shares) และสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มการซื้อขายของ Webull ซึ่งผสานรวมข้อมูลตลาด ชุมชนผู้ใช้งาน และทรัพยากรการเรียนรู้ด้านการลงทุนไว้อย่างลงตัว เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ https://www.webullcorp.com/ และ https://www.webull.co.th/