ไอเอ็มเอฟ ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2568 โต 2.1% ปี 2569 โตเหลือ 1.6% คาดเงินเฟ้อทยอยเข้าสู่กรอบ 1-3% ปี 2570 แนะใช้นโยบายการคลังแบบเฉพาะจุดแก้หนี้ครัวเรือนสูง
นายปีเตอร์ เบราเออร์ (Mr. Peter Breuer) หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจ ประจำปี 2568 (Article IV Consultation 2025) ระหว่างวันที่ 30 ต.ค.-3 พ.ย.2568
เบื้องต้น การประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยมีข้อสรุปว่า ในครึ่งแรกของปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3% ซึ่งดีกว่าไอเอ็มเอฟประเมินไว้ ซึ่งคาดว่าภาพรวมของทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวชะลอลงเหลือ 2.1% และปี 2569 คาดโต 1.6% ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
โดยไอเอ็มเอฟคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่อง และทยอยปรับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 1-3% ได้ภายในปี 2570 ซึ่งในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญความไม่แน่นอน และมีความเสี่ยงด้านลบอยู่ ขณะที่ ขีดความสามารถของนโยบายที่จำกัด
ไอเอ็มเอฟ แนะนำให้ทางการไทย ดำเนินนโยบายแบบผสมผสานอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ซึ่งในช่วงที่หนี้สาธารณะยังอยู่ในระดับสูง ไทยควรใช้นโยบายการคลังแบบเฉพาะจุดและระมัดระวัง พร้อมกับมีแผนการเข้าสู่สมดุลการคลังระยะปานกลาง (medium-term consolidation strategy) ที่น่าเชื่อถือ
ส่วนนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในปัจจุบัน ยังเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ และอาจผ่อนคลายได้เพิ่มเติม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านอุปสงค์และเงินเฟ้อ
ด้านหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงไทยควรเร่งฟื้นฟูช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อ ผ่านมาตรการทางการเงินที่ช่วยลดภาระหนี้ให้ลูกหนี้ เช่น มาตรการเฉพาะกิจ ล่าสุดในการช่วยเหลือลูกหนี้ เพื่อให้การส่งผ่านนโยบายการเงินมีประสิทธิผลต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ไทยได้รับฟังและให้ความเห็นผลการประเมินเบื้องต้นของไอเอ็มเอฟแล้ว โดยเห็นสอดคล้องกันในหลายประเด็น โดยเฉพาะความท้าทายในการดำเนินนโยบายที่ต้องรอบคอบและรัดกุม ภายใต้ขีดความสามารถทางนโยบายที่มีอยู่ และความท้าทายจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ รวมทั้งความจำเป็นในการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน