นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จะมีการเสนอแพ็คเกจช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ซึ่งเป็นเสาหลักที่ 4 ของนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล โดยจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ภายใน 2 สัปดาห์ แบ่งเป็น 3 แพ็กเกจหลัก ได้แก่

แพ็กเกจที่ 1 ด้านการเงิน

สนับสนุนสภาพคล่อง SME ผ่านมาตรการค้ำประกันและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) เพื่อให้เข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้น

แพ็กเกจที่ 2 มาตรการภาษี

โดยช่วยให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม โดยปรับมาตรการภาษีศุลกากร จากการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้า ตั้งแต่ 1 บาทแรก และเร่งคืนภาษีให้ SME โดยส่วนนี้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมสรรพากร

แพ็กเกจที่ 3 ส่งเสริมการซื้อสินค้าไทย

ซึ่งจะร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สมาคมธนาคารไทย และกรมบัญชีกลาง เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อสินค้าไทย พร้อมนำสินค้าของผู้ประกอบการขึ้นระบบดิจิทัล เพื่อช่วยให้ได้รับสินเชื่อเร็วขึ้น

นายเอกนิติ กล่าว นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังพิจารณานำเงินส่วนที่เหลือจากงบประมาณจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) หลังหักภาระที่ต้องใช้ไปแล้ว มาตั้งเป็นกองทุนค้ำประกันใหม่ เพื่อช่วย SME เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ซึ่งผ่อนปรนมากกว่ากลไกการค้ำประกันของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

“มาตรการนี้จะทำงาน คู่ขนานกับ บสย. ในลักษณะท็อปอัพเพื่อเพิ่มศักยภาพการค้ำประกัน ไม่ต้องตั้งองค์กรใหม่ แต่เป็นกองทุนแยกต่างหาก ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาวงเงินและรูปแบบการบริหารจัดการ โดยผู้ว่าฯ ธปท.อยู่ระหว่างสรุปตัวเลขและรายละเอียด” นายเอกนิติ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน