เซ็นทรัลพัฒนา โชว์ไตรมาส 3/2568 เติบโตแข็งแกร่งทั้งรายได้และกำไร สะท้อนความสำเร็จโมเดลธุรกิจ Retail-Led Mixed-Use โชว์รายได้รวม 13,558 ล้านบาท โต 10% กำไรสุทธิ 5,424 ล้านบาท โต 31% พร้อมการเงินแข็งแกร่งด้วยอัตราภาระหนี้สินต่อทุนที่ 0.50 เท่า ปี 2569 ทยอยเปิดอีกหลายโครงการ

วันที่ 14 พ.ย. 2568 นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินการบัญชี และกลุ่มธุรกิจโรงแรมและสำนักงาน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 เริ่มเห็นการฟื้นตัวโดยเฉพาะในเดือนก.ย. ต่อเนื่องมาจนถึงเดือนต.ค.

จากภาคการผลิตที่ทยอยฟื้นตัว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ จากภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส และ โครงการเที่ยวดีมีคืน โดยประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในประเทศมาลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุด 20,000 บาท

รวมถึงร้านอาหารในศูนย์การค้า โดยค่าใช้จ่ายในเมืองรองสามารถลดหย่อนได้สูงสุด 1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง ซึ่งบริษัทฯ มีศูนย์การค้ากว่า 40 แห่ง ครอบคลุมกว่า 23 จังหวัด โดยอยู่ในเมืองรองกว่า 8 แห่ง

ส่งผลให้ผลประกอบการบริษัทในไตรมาส 3 ยังคงเติบโตมั่นคงต่อเนื่องจากธุรกิจศูนย์การค้า โดยมีรายได้รวม 13,558 ล้านบาท โต 10% และกำไรสุทธิ 5,424 ล้านบาท โต 31% จากปีก่อน พร้อมฐานะทางการเงินแข็งแกร่งด้วยอัตราภาระหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ที่ 0.50 เท่า สร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องให้กับผู้ถือหุ้นในปี 2568

พร้อมกันนี้ยังเดินหน้าขับเคลื่อนสร้างการเติบโตตามแผน โดยในปี 2569 พัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ‘Central Khonkaen Campus’ โครงการแห่งที่ 2 ในจังหวัดขอนแก่น และ ‘Central Northville’ รัตนาธิเบศร์ โครงการที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี ในไตรมาส 2

รวมถึงเปิดตัวเมกะโปรเจกต์ ‘The Central’ พหลโยธิน ศูนย์การค้าแฟล็กชิพแห่งอนาคต ไตรมาส 4 ตอกย้ำบทบาทผู้นำการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจไทย ภายใต้แนวคิด ‘The Ecosystem for All’ เชื่อมโยงศักยภาพของทุกภาคส่วน ทั้งธุรกิจ ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

โดยเฉพาะธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับทั้งปีก่อนและครึ่งปีแรกและอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ปัจจัยสำคัญ มาจาก

1) ความสำเร็จของโครงการเซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งเปิดให้บริการในเดือนก.ย.

2) รายได้จากศูนย์การค้าเดิมที่เติบโตแข็งแกร่ง ซึ่งได้แรงหนุนจากกลยุทธ์ Holistic Partnership Solution การจัดกิจกรรมการตลาด และการนำเสนอแบรนด์ใหม่ทั้งในและต่างประเทศ

3) การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เพิ่มเติมและการบริหารต้นทุนพลังงานที่ลดลง

4) การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร (SG&A) อย่างมีวินัย บริษัทฯ มั่นใจว่าปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐประกอบกับผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาสนี้และการเปิดโครงการใหม่ไตรมาสสุดท้ายของปี จะช่วยให้ผลประกอบการเติบโตได้เหนือกว่าครึ่งปีแรกอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ในช่วงไตรมาส 3 ได้มีการเปิด 2 โครงการแลนด์มาร์ก ซึ่งตอกย้ำความสำเร็จโมเดล RETAIL-LED MIXED-USE ประกอบด้วย

เซ็นทรัล พาร์ค แลนด์มาร์กใจกลางกรุงเทพฯ สร้างปรากฏการณ์ Talk of the town จากยอดการเข้าถึงในโซเชียลมีเดียกว่า 30 ล้านคน ดึงทราฟฟิกนักท่องชาวไทย-ชาวต่างชาติต่อเนื่อง และเซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศเศส อาคารสำนักงานเกรด A ใจกลาง Super Core CBD ตอบโจทย์ Future Work-Life

ขณะที่ เซ็นทรัล กระบี่ ภายใต้คอนเซปต์ Made by Krabi สัมผัสความสุข จากทุกความเป็นกระบี่ กระแสตอบรับดีเยี่ยม ดึงดูดทราฟฟิกวันเปิดตัวกว่า 40,000 คน และโครงการที่อยู่อาศัย Phyll Krabi คอนโดมิเนียมหรูพร้อมพื้นที่ส่วนกลางกว่า 4 ไร่ ผลตอบรับดีเกินคาด ทำยอดขายในวันแรกได้ถึง 20% และบ้านนินญา กระบี่ ที่เปิดจองไปในเดือนก.ย.เฟสแรก เป็นบ้านพร้อมโอน มียอดจองแล้วกว่า 90%

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพลิกโฉม Transformation อีก 2 โครงการ ยกระดับย่าน-สร้างจุดหมายใหม่ของเมือง ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ภายใต้คอนเซปต์ New Soul of Pinklao และเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ภายใต้คอนเซปต์ Reimagining Lanna

พร้อมอีกหลายโครงการที่จะทยอยเปิดให้บริการ ได้แก่ GO HOTEL Bangkok Suvarnabhumi Airport ใกล้สนามบิน 10 นาที ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เปิดตัว ไตรมาส 4/2568 และ Phyll Khon Kaen โครงการใหม่ คอนโดหรู 33 ชั้น ในเซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส เปิดขายปี 2569

อย่างไรก็ดี ณ สิ้นปี 2568 เซ็นทรัลพัฒนา จะมีศูนย์การค้าภายใต้การบริหารงานทั้งหมด 44 โครงการ (ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 41 แห่ง – ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 17 โครงการ ต่างจังหวัด 24 โครงการ และในมาเลเซีย 1 โครงการ; ศูนย์การค้าเอสพละนาด และศูนย์การค้าเมกา บางนา)

คอมมูนิตี้ มอลล์ 16 โครงการ มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 2.3 ล้านตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีอาคารสำนักงาน 11 อาคาร โรงแรม 11 แห่ง โครงการที่พักอาศัย 51 โครงการ

ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ESCENT, ESCENT VILLE, ESCENT PARK VILLE, PHYLL และ BELLE GRAND RAMA 9 และโครงการแนวราบภายใต้แบรนด์ ESCENT TOWN (ทาวน์โฮม) ESCENT AVENUE (โฮมออฟฟิศ) NINYA (บ้านแฝด) NIYAM (บ้านเดี่ยวระดับลักชูรี่) และโครงการแนวราบหลากหลายรูปแบบภายใต้แบรนด์ NIRATI, BAAN NIRATI และ BAAN NIRADA

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน