กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ WIPO เปิดตัว “เกษตร 4.0” ปลดล็อกศักยภาพเกษตรไทยด้วยนวัตกรรมและ IP
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) พร้อมด้วยสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศมาเลเซีย และฟิลิปปินส์
นำผู้ประกอบการและเกษตรกรยุคใหม่ ร่วมโครงการ “Agriculture 4.0 in ASEAN” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของ WIPO ที่มุ่งเปิดมุมมองใหม่ให้กับภาคธุรกิจในการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งในด้านการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ การบริหารจัดการสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ การต่อยอดเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกษตร และสร้างโอกาสขยายตลาดสู่ต่างประเทศ

เนื่องจากเล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมเกษตรเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนสำหรับในประเทศไทยมีการจ้างงานในภาคเกษตรมากถึงร้อยละ 31 ของแรงงานไทยทั้งหมดแต่ปัจจุบันเกษตรกรต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้นทุนการผลิต ความผันผวนของราคาสินค้า ฯลฯ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ
ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้ตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญของ WIPO เป็นผู้ให้คำปรึกษาเชิงลึกกับผู้ประกอบการแบบตัวต่อตัว

นางอรมน กล่าวว่า โครงการ Agriculture 4.0 in ASEAN เริ่มดำเนินการตั้งแต่กลางเดือนก.ย. 2568 และมีกิจกรรมต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธ.ค. 2568 โดย WIPO ได้คัดเลือกผู้ประกอบการSMEs และธุรกิจสตาร์ทอัพด้าน Agri-Tech ของไทย 4 ราย เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่มีความโดดเด่นด้านการใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีในการสร้างนวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ
อีกทั้งยังเป็นต้นแบบในการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรของไทยในมิติต่างๆ ประกอบด้วย (1) บจก. เอส ซี เฮลท์เทค ในด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ (2) บจก. ไร่ทอง ออร์แกนิกส์ฟาร์ม ในด้านเกษตรอินทรีย์ (3) บจก. ไทยแฮนด์ เอ.ไอ. ในด้านหุ่นยนต์สำหรับการใส่ปุ๋ยเพาะปลูก และ (4) บจก. เนรมิต ฟู้ดเทค ในด้านเทคโนโลยีอาหารข้าวไร้แป้ง ซึ่งผู้ประกอบการทั้ง 4 ราย จะได้รับคำปรึกษาเพื่อพัฒนานวัตกรรมต้นแบบและต่อยอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์
รวมถึงการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ ผ่านกลไกการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (IP Licensing) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนและขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งหลังจากจบโครงการนี้
กรมมีแผนจะนำนวัตกรรมต้นแบบด้าน Agri-tech ของผู้ประกอบการ มาร่วมจัดแสดงในงานมหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา ประจำปี 2569 (IP Fair 2026) เพื่อสร้างมูลค่าการซื้อขายสินค้าและเปิดโอกาสในการจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ภายในงาน พร้อมต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในกิจกรรมอื่นๆ ของกรมต่อไป
ความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและ WIPO ในครั้งนี้ นับเป็นการเชื่อมโยงนวัตกรรมจากภาควิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนภาคเกษตรของไทยในยุคเทคโนโลยีและดิจิทัล โดยสอดคล้องกับแนวนโยบาย “IP 4 All” หรือ “ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อทุกคน” โดยเฉพาะ “IP for Business” และ
“IP for Innovation” ที่กรมมุ่งเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยให้สามารถใช้เทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในเวทีการค้าโลก
ทั้งนี้ กรมเชื่อมั่นว่าแนวทาง “เกษตรกรรมไทย 4.0” จะเป็นพลังสำคัญที่ช่วยพลิกโฉมภาคการเกษตรไทย
จากการผลิตเชิงปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าด้วยนวัตกรรม องค์ความรู้ เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญา
ซึ่งจะช่วยยกระดับสินค้าและบริการด้านการเกษตรของไทยให้มีศักยภาพและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแท้จริง