กระทรวงพลังงาน ยัน การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมดันโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน ตอบโจทย์ Net Zero มั่นใจไม่กระทบค่าไฟฟ้าภาพรวม
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากความกังวลเกี่ยวกับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด 2,100 เมกะวัตต์ นั้น กระทรวงพลังงานขอยืนยันว่า การรับซื้อไฟฟ้าเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ได้มีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบกระบวนการพิจารณา โดยมี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและกรมบัญชีกลาง ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย
ส่วนการเปรียบเทียบราคารับซื้อไฟฟ้าของภาคเอกชนนั้น การพิจารณาจะต้องรวมถึงการซื้อหรือเช่าที่ดิน และต้องมีการเดินสายส่งเชื่อมต่อเข้าไปด้วย รวมทั้งดอกเบี้ยและต้นทุนต่างๆ ของเอกชน จะสูงกว่าของ กฟผ. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่เล็กน้อย
ทั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้คำนวณอัตราค่าไฟฟ้า หากต้องดำเนินการลักษณะเดียวกับภาคเอกชนแล้ว อัตราค่าไฟฟ้าจะอยู่ประมาณ 2.19 บาทต่อหน่วยสำหรับโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม และ 4.37 บาทต่อหน่วยสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานล
“กกพ. และ กฟผ. อยู่ระหว่างขอความร่วมมือให้เอกชนลดราคาขายไฟฟ้า คาดว่าจะได้รับความร่วมมือจากเอกชนทุกราย”
นอกจากนั้น กพช. ได้มีมติให้ กกพ. และ กฟผ. ขอความร่วมมือให้เอกชนลดราคาขายไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะได้รับความร่วมมือจากเอกชนทุกราย โดยกระทรวงพลังงาน มีแผนที่จะให้ กฟผ. สร้างโซลาร์ลอยน้ำเพิ่มเติมอีกกว่า 2,600 เมกะวัตต์ และมีโอกาสที่จะขยายเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ที่กำลังจัดทำอยู่
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาลนั้น มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน สามารถลดค่าไฟให้ชุมชนในพื้นที่ได้ 40-80 สตางค์ต่อหน่วย โดยคาดว่าจะมีอัตรารับซื้อค่าไฟ ประมาณ 2.16-2.20 บาทต่อหน่วย สร้างเม็ดเงินลงทุนให้กับประเทศกว่า 30,000 ล้านบาท
โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด และ โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน จะช่วยลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ (แอลเอ็นจี) ได้ประมาณ 7.2 แสนตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาทต่อปี สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) ได้ประมาณ 2.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ทำให้ประเทศสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย Net Zero 2050