สมาคมการค้าเหล็กทรงยาว เดินหน้ายกระดับการผลิตเหล็กมาตรฐานเต็มสูบ 9 เดือน อยู่ที่ 3.4 ล้านตัน ป้อนความต้องการตลาด ตื่นตัวเลือกเหล็กเส้นคุณภาพ เพื่อความปลอดภัย

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษา สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ คุณภาพเหล็กเส้นมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเจ้าของบ้านหรือผู้รับเหมา เนื่องจากเป็นวัสดุโครงสร้างหลักที่มีผลต่อความมั่นคงปลอดภัยของอาคารในระยะยาว

“ผู้ใช้เหล็กมีความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้น ว่าเหล็กเส้นแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ผู้บริโภคเริ่มกำหนดสเปกและตรวจสอบคุณภาพมากขึ้น ไม่ปล่อยให้ช่างเลือกเองเหมือนในอดีต ส่วนผู้รับเหมาหลายรายก็เข้มงวดกับการตรวจสอบคุณภาพมากขึ้น ไม่ต้องการความเสี่ยงที่อาจทำให้โครงการล่าช้าหรือมีปัญหาในอนาคต”

ขณะเดียวกัน ภาพรวมของอุตสาหกรรมเหล็กเส้นไทยก็มีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ผู้ประกอบการมีการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพ โดยในช่วง 9 เดือนแรกมีการผลิตรวม 3.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 27% ที่กำลังผลิต 2.7 ล้านตัน

นายประวิทย์ กล่าวต่อว่า ผู้ผลิตเหล็กเส้นในประเทศ มีความพร้อมในการผลิตสินค้าทุกขนาด และทุกระดับคุณภาพ ไม่มีปัญหาการขาดแคลนเหล็กเส้นในตลาด เนื่องจากยังมีกำลังการผลิตเหลืออีกกว่า 70% สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะราคาสูงในช่วงที่ผ่านมาจากปัจจัยต่างๆ แต่ปัจจุบันราคาเหล็กเส้นได้ปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ตามกลไกอุปสงค์และอุปทานของตลาด ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับปลายปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดมีการผลิตและจัดจำหน่ายเหล็กเส้นจากหลายแหล่ง โดยปัจจุบันเหล็กเส้นกลมราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 21,000 บาทต่อตัน และเหล็กเส้นข้ออ้อยราคาอยู่ที่ 20,000 บาทต่อตัน

อย่างไรก็ตาม สมาคมยืนยันว่าอุตสาหกรรมเหล็กเส้นของไทยจำเป็นต้องเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับเหล็กที่มีคุณภาพสูง ทนทาน และปลอดภัยสำหรับการใช้งานในระยะยาว โดยการกำกับดูแลของภาครัฐและการรักษามาตรการการผลิตอย่างรัดกุม เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคจะช่วยสร้างความมั่นใจในคุณภาพสินค้าทั่วทั้งอุตสาหกรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน