ครม. ไฟเขียวเว้นภาษี อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน-โซลาร์รูฟท็อป บ้านอยู่อาศัย

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันนี้(25พ.ย.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ

โดยให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่าย เพื่อการลงทุนในเครื่องจักร อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง หรือวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงานที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน ซึ่งได้รับการรับรองฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานระดับ 5 ดาว จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นจำนวน 50% ของเงินได้ดังกล่าว (หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า) ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2571

นอกจากนี้ ยังยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) หรือส่วนหนึ่งส่วนใดบนอาคารที่อยู่อาศัย ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 200,000 บาท

โดยต้องมีหลักฐานใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มรูปแบบผ่านระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ของกรมสรรพากร ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงวันที่ 31 ธ.ค.2571

ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโนบายส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าภาคครัวเรือนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม อันจะช่วยให้ประเทศไทยมีความยั่งยืนด้านพลังงานและสามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission)

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า วันนี้ (25 พ.ย. ) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการภาษีด้านพลังงานชุดใหญ่ที่กระทรวงพลังงานเสนอ ภายใต้นโยบาย “Quick Big Win” โดยมีเป้าหมาย ลดค่าไฟฟ้าประชาชน ส่งเสริมพลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศซึ่งครอบคลุมทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินลงทุนกว่า 240,000 ล้านบาท

ประกอบด้วยมาตรการสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านอยู่อาศัย เพื่อให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและลดค่าไฟฟ้ารายเดือน โดยเปิดสิทธิให้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ Solar Rooftop แบบเชื่อมต่อโครงข่าย (On-grid) ขนาดไม่เกิน 10 กิโลวัตต์พีค (kWp) มาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งต้องเป็นระบบใหม่ ได้รับอนุญาตเชื่อมต่อจากการไฟฟ้า และได้รับใบกำกับภาษีแบบ e-Tax Invoice

คาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิกว่า 90,000 ครัวเรือน ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้กว่า 585 ล้านหน่วยต่อปี ลดการนำเข้า LNG ถึง 94,000 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 0.28 ล้านตันต่อปี พร้อมกับสร้างงานใหม่ในภาคพลังงานสะอาดกว่า 450 อัตรา และก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจมากกว่า 20,250 ล้านบาท

นอกจากนี้ ครม.ยังได้อนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนไปใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ประสิทธิภาพพลังงานสูง 5 ดาว อาทิ ปั๊มความร้อน สีทาผนังอาคาร กระจก ตู้เย็นเครื่องปรับอากาศ พัดลมไฟฟ้า กระติกน้ำร้อน เครื่องซักผ้า โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีถึง 50% ของค่าใช้จ่ายในการลงทุน

โดยเป็นผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(5)–40(8) และนิติบุคคลที่ต้องการลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว โดยอุปกรณ์และเครื่องจักรที่เข้าร่วมมาตรการทั้งหมดต้องเป็นของใหม่ ได้รับมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานระดับสูงสุด และต้องซื้อจากผู้ประกอบการที่ออกใบกำกับภาษีแบบ e-Tax Invoice เท่านั้น มาตรการนี้คาดว่าจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้า 30,000 ล้านหน่วยต่อปี ลดค่าใช้จ่ายพลังงานได้กว่า 110,000 ล้านบาทต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 15 ล้านตันต่อปี และสร้างการลงทุนใหม่ไม่น้อยกว่า 220,000 ล้านบาท

ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพโรงงานและธุรกิจทั่วประเทศ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอุปกรณ์ประหยัดพลังงานให้เติบโตอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ประชาชนจะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้หลังจากที่ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาในรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และประชาชนจะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้จนถึง 31 ธันวาคม 2571

นายอรรถพลกล่าวว่า มาตรการทางภาษีดังกล่าวถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการผลักดันประเทศไทยสู่ระบบพลังงานที่สะอาด มั่นคง และยั่งยืน พร้อมสร้างผลประโยชน์โดยตรงให้กับประชาชนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้าที่ลดลงทันทีในภาคครัวเรือน หรือการลดต้นทุนพลังงานในภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน