วิมานสุริยา เผยความสำเร็จยอดขายคอนโด “ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค” ทะยานแตะ 1.7 หมื่นล้านบาท เตรียมทยอยโอนให้ลูกค้าธ.ค.นี้ ปีหน้าเตรียมเปิดจิ๊กซอว์สุดท้ายอุโมงค์เชื่อมรถไฟฟ้าใต้ดิน พร้อมจ่อแผนขยายลงทุนแบรนด์เดดเรสซิเดนซ์บนที่ดินดุสิตธานี ทำเลพัทยา และภูเก็ต

น.ส.ละเอียด โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิมานสุริยา จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทในฐานะผู้พัฒนา ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค โครงการมิกซ์ยูสระดับโลก มูลค่า 46,000 ล้านบาท ที่สามารถสร้างการรับรู้และความสนใจที่มีต่อการแปลงโฉม จากโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เดิม สู่โครงการ เวิล์ดคลาสมิกซ์ยูส

ประกอบไปด้วยโรงแรม ที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และสวนดุสิต อรุณฯ ซึ่งเป็นสวนลอยฟ้าใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน และปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมาเยี่ยมชม

โดยความคืบหน้าโครงการที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยรูปแบบแบรนด์เดด เรสซิเดนซ์ ที่นำเสนอ 2 แนวคิดการอยู่อาศัย ในอาคารเดียว ประกอบด้วย เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค และ ดุสิต พาร์คไซต์ ล่าสุดมียอดขายแล้ว 17,000 ล้านบาท หรือกว่า 95% แล้ว ซึ่ง 75% เป็นลูกค้าคนไทย และ 25% เป็นต่างชาติ

ขณะเดียวกันในเดือนธ.ค.นี้ บริษัทเตรียมทยอยโอนห้องชุดให้ลูกค้า และเริ่มรับรู้รายได้ในปีนี้ต่อเนื่องปีหน้า ขณะที่ราคาขายปัจจุบันเฉลี่ยกว่า 400,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งล่าสุดเหลือยอดขายประมาณ 10 ยูนิต

ทั้งนี้มีห้องเพนท์เฮ้าส์ที่ยังอยู่ระหว่างการขาย 2 ยูนิต จากทั้งหมด 7 ยูนิต โดยขนาดห้องใหญ่สุด 900 ตร.ม. ราคาขายเฉลี่ยกว่า 500,000 บาท/ตร.ม. ทั้งนี้โครงการเป็นสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ต่ออายุสัญญาได้อีก 29.5 ปี โดยสัญญาเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569

“ตลาดอัลตร้าลักซ์ชัวรี่และลักซ์ชัวรี่ ยังคงได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้คาดว่าปีหน้าจะมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในพื้นที่รอบ ๆ เนื่องจากจะมีโครงการใหม่ ๆ เกิดขึ้น แต่การแข่งขันนี้ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะแสดงว่ายังมีอุปสงค์ในตลาดนี้อยู่ ประกอบกับการที่โครงการนี้ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทาง (Destination) ที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ หรือเมืองไทยจะต้องมาเยี่ยมชม และถือเป็นแลนด์มาร์คของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ชัดเจนของโครงการนี้”

น.ส.ละเอียด กล่าวและว่าในกลางเดือนธ.ค.นี้ ยังเตรียมเปิดให้บริการ Glass House – Fine-Casual Dining บนสวนลอยฟ้า วิวสวนพาโนรามิก

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่จะเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งจะก่อสร้างเสร็จ พร้อมเปิดให้บริการในปลายปี 2569 คือ อุโมงค์ 2 จุด ที่เชื่อมต่อระหว่างโรงแรม กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และ อีกจุดเชื่อมต่อระหว่างห้างเซ็นทรัล พาร์ค กับ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน

ขณะเดียวกันในส่วนของแผนลงทุนโครงการใหม่ในอนาคต บริษัทยังคงยึดหลักการนำที่ดินของดุสิตธานีที่มีอยู่แล้วมาพัฒนาเป็นแบรนด์เดดเรสซิเดนซ์ ซึ่งมีทั้งโรงแรมดุสิตธานี พัทยา และ โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต

พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมเปิดประสบการณ์ใหม่ “Legacy in Light เมื่อตำนานส่องแสง” เนรมิตสวนดุสิตอรุณ ให้สว่างไสวด้วยแสงไฟนับแสนดวง พร้อมร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยจัด ขึ้นระหว่างวันที่ 3 ธ.ค. 2568 – 4 ม.ค. 2569

โดยงานจะจัดขึ้นบริเวณสวนดุสิตอรุณฯ เพื่อตอกย้ำความสำคัญของพื้นที่สีเขียวและความเป็นแลนด์มาร์คของกรุงเทพฯ โดยนำเสนอความสวยงามของแสงไฟนับแสนดวงผสานเข้ากับพื้นที่สวนดุสิต อรุณฯ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้มาเยือน

พร้อมกิจกรรมพิเศษดนตรีในสวนโดยศิลปินชื่อดัง โต๋-ศักดิสิทธ์, แอม-เสาวลักษณ์, ใหม่-เจริญปุระ, กิต-เดอะว๊อยซ์, โรส- ศิรินทิพย์ และ วงออเครสตร้า จากมหาวิทยาลัยศิลปากร รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มจากโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ โดยรายได้ทั้งหมดจะร่วมสมทบทุนโรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยไม่หักค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ พื้นที่บริเวณอัฒจันทร์ดุสิตพินี จะมีจอขนาดใหญ่แสดงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นสภานายิกาของสภากาชาดไทย หน่วยงานที่กำกับดูแลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน