ปลัดเกษตรฯ หารือมาตรการ เยียวยาเกษตรกรภาคใต้ เคาะจ่าย 3,000 บาทต่อครัวเรือน จากงบกลางกว่า 3,237 ล้านบาท หลังเดือดร้อนจาก น้ำท่วมภาคใต้
วันที่ 28 พ.ย.2568 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรียกหารือมาตราการความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยภาคใต้ ปี 2568 ในที่ประชุมสรุปผลกระทบและมาตรการเยียวยา เสนอต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดวงเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนเกษตรกร 3,000 บาท/ครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรเดือดร้อนจาก น้ำท่วมภาคใต้
ทั้งนี้คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือ ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและได้รับผลกระทบจากอุทกภัยระหว่าง 11 พ.ย. – 5 ธ.ค. 2568 โดยต้องมีคุณสมบัติสำคัญ ดังนี้ 1. เป็นเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 2568 โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีคำสั่งให้เป็นเขตประสบภัย 2. เป็นผู้ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกระทรวงเกษตรฯ แล้ว
3.เป็นเกษตรกรที่ผ่านการรับรองโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือ อบต./เทศบาล โดยเกษตรกร 1 ราย จะได้รับการช่วยเหลือใน 1 ด้านเท่านั้น แม้จะได้รับผลกระทบหลายด้านก็ตาม
กรอบวงเงินช่วยเหลือจะเสนอจากงบกลางเงินสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงินเยียวยา 3,237.708 ล้านบาท เพื่อเยียวยาเกษตรกรจากน้ำท่วม ( ข้อมูล ณ วันที่ 27 พ.ย. 2568 )เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบรวมทั้งประเทศมีจำนวน 1,079,236 ครัวเรือนแบ่งเป็น ด้านพืช 565,565 ครัวเรือน ด้านประมง 65,239 ราย ด้านปศุสัตว์ 448,432 ราย วงเงินและหลักเกณฑ์การจ่าย จะต้องจ่ายให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน
อย่างไรก็ตาม หลักการนี้ เทียบเคียงจากนำท่วม เมื่อปี 2561 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ณ ตอนั้นอนุมัติเงินช่วยเหลือให้