หอการค้า หวั่นจีดีพีปีหน้า เสี่ยงโตต่ำ 0.9% พิษส่งออกพลิกติดลบ-ยุบสภาทำงบล่าช้า3ด.
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยว่า ม.หอการค้าไทยได้ปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568ลง จาก2.0% เหลือ 1.9% เนื่องจากมีปัจจัยลบรุมเร้า คือปัญหาน้ำท่วมภาคใต้10 จังหวัดที่สร้างความเสียหายราว4 หมื่นล้านบาท เข้ามาซ้ำเติมเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเหลือ 32.8 ล้านคนจากเป้าเดิม33ล้านคน ทำให้รายได้ท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้เหลือเพียง 1.5ล้านบาท จากเป้าเดิม 1.69 ล้านบาท นอกจากนี้ การอุปโภคภาครัฐยังหดตัวแรงใน ช่วงไตรมาสที่3/2568
ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 คาดว่าจะเติบโตแบบชะลอตัวอยู่ในกรอบระหว่าง0.9%-2.0% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 1.6% เนื่องจากภาคการส่งออก มีความเสี่ยงพลิกกลับมาหดตัว 0.1% ลดลงจากปี2568 ที่คาดว่าเติบโตได้ 11% เนื่องจากปัญหากำแพงภาษีสหรัฐจะเริ่มกระทบชัดเจนแบบเต็มปี และยังมีความเสี่ยงจากมาตรการตอบโต้การสวมสิทธิ(Transshipment)ที่อาจสูงถึง40%หากไทยเจรจาไม่สำเร็จ
นายธนวรรธน์กล่าวว่า ปีหน้ายังมีปัจจัยเรื่องการเมืองไม่นิ่งจากการยุบสภาและเลือกตั้ง โดยหากจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าอาจเกิดสุญญากาศงบประมาณปี 2570 อาจล่าช้า 3 เดือน อาจฉุดให้จีดีพีลดลง0.32% รวมถึงปัญหาวิกฤติสภาพคล่องและหนี้ครัวเรือนยังสูง86.3% กดดันให้สถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยสินเชื่ออาจทำให้สินเชื่อครัวเรือนทรงตัว0% เป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวของการบริโภคและลงทุนของเอสเอ็มอี ขณะที่ปัญหาความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทย-กัมพูชา ยังคงมีความเสี่ยงหากมีการปิดชายแดนตลอดทั้งปี2569 จะสร้างความเสียต่อมูลค่าส่งออกไทยกว่า 1.4 แสนล้านบาท กระทบจีดีประมาณ 0.74%
“ปีหน้าเรามองว่าจีดีพีจะโตได้ราว1.7% แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะโตเพียง0.9% ซึ่งเป็นกรณีที่แย่ที่สุด หากมีปัจจัยต่างๆเข้ามากระทบ คือการเจรจาอัตราภาษี Transshipment ของไทยปรับเพิ่มเป็น 60% จะกระทบจีดีพีราว 0.39%, ไทย-กัมพูชา มีการปิดด่านชายแดนต่อเนื่องเต็มปี ,มีการยุบสภาในเดือนม.ค.และเกิดภาวะสุญญากาศงบประมาณ จะทำให้จีดีพีหายไป135,349ล้านบาท ฉุดจีดีพีลดลง 0.71% รวมทั้งปัจจัยสุดท้ายเรื่องสินเชื่อที่ธนาคารพาณิชย์ให้กู้ยืมแก่ภาครัวเรือน หากมีการหดตัว 3% จะฉุดจีดีพีภาพรวมลงลง 0.51%”