ซีพี เปิดโฟกัสใน 8 มิติสำคัญความยั่งยืน บนเวที “CP Sustainability Synergy Forum 2025” ยกระดับงานความยั่งยืนทั้งเครือสู่การเป็นศูนย์กลางมาตรฐานความยั่งยืนครบมิติ เพื่อเร่งขับเคลื่อนธุรกิจสร้างคุณค่าต่อประเทศ สังคม และโลก

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า “ความยั่งยืนเป็นวาระสำคัญของโลก ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวต่อความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็น ภาวะโลกร้อน ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน ปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้น ความเหลื่อมล้ำด้านโอกาส ตลอดจนภัยคุกคามทางไซเบอร์ และกฎเกณฑ์ด้านธรรมาภิบาลที่เข้มข้นขึ้น

ทั้งหมดล้วนเป็นแรงกดดันให้ทุกองค์กรต้องเปลี่ยนผ่านสู่ระบบความยั่งยืนที่ตรวจสอบได้ มีมาตรฐาน และวัดผลได้จริง การขับเคลื่อนครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายสำคัญของ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือซีพี ที่ย้ำให้ทุกกลุ่มธุรกิจทำความยั่งยืนให้เป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจไม่ใช่งานคู่ขนาน

แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ การดำเนินงาน และการตัดสินใจทุกระดับ เพื่อให้การเติบโตของซีพีเป็นไปควบคู่กับความรับผิดชอบต่อประเทศและสังคมตามค่านิยม “3 ประโยชน์” คือ ประโยชน์ต่อประเทศ ประโยชน์ต่อประชาชน และประโยชน์ต่อองค์กร ซึ่งเป็นเข็มทิศนำทางเครือเจริญโภคภัณฑ์มากว่า 100 ปี”

จากบริบทดังกล่าว ซีพีจึงพัฒนาบทบาทของ สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร ซึ่งเป็น หน่วยงานกลางด้านความยั่งยืนของซีพีให้ทำหน้าที่เป็น CP Sustainability Center of Excellence (COE) หรือ “ศูนย์กลางด้านความยั่งยืนแบบรวมศูนย์ทั้งภายในภายนอกตลอดห่วงโซ่คุณค่า” เพื่อรวมมาตรฐานด้านความยั่งยืนของทั้งเครือไว้ในกรอบเดียว ยกระดับการพัฒนา ESG และการลดคาร์บอน ส่งเสริมความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน

ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านความยั่งยืน ผลักดันการจัดทำข้อมูลเพื่อรองรับมาตรฐานสากล และสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือเพื่อเพิ่มผลกระทบเชิงบวกในระดับประเทศและระดับโลก

สำหรับซีพี ความยั่งยืนไม่ใช่แค่ ‘ทำรายงาน’ แต่ต้องสร้างนวัตกรรมและคุณค่าทางธุรกิจไปพร้อมกัน เราจึงยกระดับการทำงานสู่ CP Sustainability Center of Excellence ซึ่งเป็นระบบกลางในการบูรณาการยุทธศาสตร์ความยั่งยืนให้เป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจ โดยโฟกัสใน 8 มิติสำคัญ ได้แก่

1.ผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ยั่งยืนและสร้างรายได้ (Sustainable Products & Solutions)

2.การให้บริการยกระดับมาตรฐาน ESG แก่ธุรกิจในเครือ (ESG Services to Internal BUs)

3.การให้คำปรึกษาและรับรองมาตรฐานแก่ภายนอก (External Consulting & Certification)

4.การบริหารจัดการและสร้างมูลค่าคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit)

5.กลไกการเงินและการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (Green Finance & Investment Funds)

6.การเปลี่ยนของเสียให้เป็นคุณค่าทางธุรกิจ (Waste-to-Value Ecosystem)

7.การต่อยอดแบรนด์เพื่อสร้างมูลค่าเชิงพรีเมียมและการอนุญาตใช้ประโยชน์ตามสิทธิ (Brand Premium & Licensing Model)

8.การสร้างมูลค่าจากข้อมูลและระบบดิจิทัล (Data Monetization)

หัวใจของการสร้าง CP Sustainability Center of Excellence คือการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนกำหนดเจ้าของเรื่องที่รับผิดชอบจริง ดึงพันธมิตรทั้งภายในและภายนอกมาร่วมขับเคลื่อน พร้อมมีแรงจูงใจ แหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และการแบ่งปันความรู้ในองค์กร เพื่อให้ความยั่งยืนไม่ใช่แค่โครงการชั่วคราว แต่เป็นระบบการสร้างธุรกิจที่สร้างอิมแพ็คต่อประเทศและสังคมอย่างแท้จริง” ดร.ธีระพล กล่าวย้ำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน