พาณิชย์ เผย กฎการซื้อหุ้นคืนของบริษัทมหาชน มีผลบังคับใช้แล้ว สำคัญ 2 ประเด็น เพื่อช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความคล่องตัว ทันต่อสถานการณ์ตลาดทุน
วันที่ 6 ธันวาคม 2568 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการซื้อหุ้นคืน การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน และการตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 14 พ.ย.2568 โดยกฎกระทรวงฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงเกณฑ์การซื้อหุ้นคืนของบริษัทมหาชนจำกัด ให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดทุน
โดยมีสาระสำคัญ 2 ประเด็น คือ 1. ยกเลิกระยะเวลาพักคอย (Breaking Period) จากเดิมบริษัทมหาชนต้องรอ 6 เดือน ก่อนเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนใหม่ กฎกระทรวงฉบับนี้ปรับปรุงให้สามารถเริ่มโครงการใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารทุนของบริษัท และ 2.ขยายระยะเวลาการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน จากเดิมบริษัทต้องจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนภายใน 3 ปี หากแต่หลักเกณฑ์ใหม่สามารถขยายกรอบเวลาได้อีก 2 ปี เพื่อให้บริษัทสามารถเลือกช่วงเวลาในการจำหน่ายที่เหมาะสมกับสภาพตลาดได้มากขึ้น
การแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทมหาชนจำกัด สามารถวางแผนการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินได้มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องและศักยภาพของตลาดทุน สร้างประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น ตลาดทุน และเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ พร้อมทั้งลดข้อจำกัดด้านกรอบเวลาการจำหน่ายหุ้นคืนให้บริษัทสามารถขายหุ้นคืนในช่วงเวลาที่เหมาะสมได้มากขึ้น
นอกจากนี้ การปรับปรุงกฎกระทรวงครั้งนี้ยังสอดรับกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมา และสนับสนุนนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ที่มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ทันสมัยและเอื้อต่อการแข่งขัน เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
“กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังคงมุ่งมั่นลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนการยกระดับตลาดทุนไทยให้ทันสมัย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ และคาดหวังว่าการปรับปรุงกฎกระทรวงครั้งนี้จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการทุนของบริษัทมหาชนจำกัด และสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีความมั่นคง โปร่งใส และแข่งขันได้ในระยะยาวต่อไป”นายพูนพงษ์กล่าว