หอการค้า แนะตอบโต้เขมรผ่านมาตรการเศรษฐกิจ ตัดน้ำ-ไฟ และระงับส่งออกทุกช่องทาง

วันที่ 8 ธ.ค. นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้า ไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทะอีกครั้ง ว่า ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ ด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ

ด้านความมั่นคง เมื่อเจอการรุกราน และเพื่อรักษาดินแดน ชีวิต และทรัพย์สิน ควรมีการตอบโต้อย่างเต็มที่และให้จบโดยเร็ว มีแผนปฎิบัติการให้เด็ดขาดไปเลย เพราะการปล่อยให้เหตุการณ์ยืดเยื้อ จะส่งผลในทุกมิติ

ส่วนด้านเศรษฐกิจ ไทยควรระงับการส่งออกสินค้าและขนส่งทุกช่องทางไปกัมพูชา ทั้งทางบก อากาศ และทางเรือ รวมถึงเส้นทางบิน รวมถึงไม่ต้องป้อนน้ำไฟ บริการอินเตอร์เน็ต จากไทยเข้ากัมพูชา เป็นการชั่วคราว จนกว่าทุกอย่างจะได้ข้อยุติ และกัมพูชาแสดงความจริงใจจะยุติการรุกรานอย่างถาวร

“สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ควรปล่อยให้ยืดเยื้อ ไม่แค่ส่งผลต่อเศรษฐกิจชายแดนแย่ต่อเนื่อง จะเป็นการสร้างความกังวลต่อสายตาต่างชาติจะมาลงทุนในอนาคตด้วย ดังนั้น ไทยต้องปฎิบัติการตอบโต้ทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ซึ่งในช่วงระยะสั้น นักธุรกิจมองว่าไม่มีผลกระทบ เพราะการค้าทางบกไม่มีการค้า อาจเรือขนส่งทางน้ำ ทางอากาศ การปะทะชายแดนก็ไม่น่าหนักในแง่การค้าไปกว่านี้ แต่ระยะยาวเราต้องทำมาหากิน ควรให้จบโดยเร็วเพื่อเราจะได้ค้าขายในประเทศได้ปกติ โดยหอการค้าจะติดตามสถานการณ์อย่างไรใกล้ชิด” นายพจน์ กล่าว

นายพจน์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน รัฐบาลและคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เร่งออกมาตรการพิเศษจูงใจการลงทุนของไทยและต่างชาติ ที่มีอยู่ในกัมพูชาและกำลังตัดสินใจเข้าลงทุนใหม่ ให้กลับมาลงทุนในไทย โดยเฉพาะการลงทุนในกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมห่วงโซ่ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้โรงงานเลือกไปกัมพูชา มีประเด็นเดียว คือ ค่าแรงงานถูกกว่าไทย ขณะที่ไทยมีจุดเด่นความพร้อมทุกด้าน

“จากนี้เชื่อว่า แม้ค่าแรงงานไทยสูงกว่า แต่การตัดสินใจเรื่องความมั่นคง ปลอดภัย และบวกกับสิทธิประโยชน์ บีโอไอจูงใจ เชื่อว่าการลงทุนเข้าไทยจะสูงขึ้น ตอนนี้เริ่มมีหลายบริษัทในกัมพูชา เริ่มทบทวนลงทุนในกัมพูชาแล้ว แง่ลงทุนปีหน้าจะดีขึ้นแน่”นายพจน์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน