‘อัครา’ เดินหน้าลงทุน ขานรับยุติข้อพิพาท TAFTA ตอกย้ำบทบาทเหมืองชาตรีต่อเศรษฐกิจ ผลักดันไทยศูนย์กลางการค้าทองคำและเงินในภูมิภาคอาเซียน

นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆ นี้ นายรอส สมิธ-เคิร์ก ประธานคณะกรรมการบริหาร และนายเจมี่ กิ๊บสัน กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด (Kingsgate Consolidated Limited) ได้เข้าพบนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ เพื่อหารือถึงโอกาสในการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการทำเหมืองอย่างรับผิดชอบสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ภายหลังคิงส์เกตผู้ถือหุ้นของอัครา และรัฐบาลไทย ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ที่มีมาตั้งแต่เมื่อเดือนพ.ย.2560 ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า การยุติข้อพิพาทอย่างสันติ เป็นทางออกที่ดีที่สุดต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

โดยบริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนเหมืองแร่ทองคำชาตรีในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งมั่นดำเนินงานทุกอย่างตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานของเหมืองไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในชุมชนใกล้เคียง

“บริษัทพร้อมร่วมผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำและเงินในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากไทยมีศักยภาพทั้งด้านทรัพยากรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่าเหมืองแร่ทองคำชาตรีจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านการสร้างงาน การกระจายรายได้ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบต่อเนื่องไปอีกนาน”

ทั้งนี้ นับตั้งแต่การกลับมาดำเนินงานของเหมืองทองคำชาตรีในเดือนมี.ค.2566 บริษัทได้ลงทุนยกเครื่องปรับปรุงอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานภายในเหมือง สำรวจแหล่งแร่เพิ่มเติม สรรหาและพัฒนาบุคลากร และปฏิบัติตามกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ สามารถชำระค่าภาคหลวงแร่ไปแล้วรวมกว่า 2,000 ล้านบาท

อีกทั้ง ยังได้สมทบเงินเข้ากองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบเหมืองแร่ ตามนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรแร่มากกว่า 450 ล้านบาท มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องในชุมชนรอบเหมืองในมิติต่างๆ อย่างกว้างขวาง

ซึ่งล่าสุดองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ได้นำไปใช้ในการติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกและเสริมความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี สนับสนุนเศรษฐกิจในพื้นที่ผ่านการจ้างงาน ทั้งทางตรงและผ่านผู้รับเหมาท้องถิ่น สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนปีละหลายพันล้านบาทเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้ ยังลงพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนรอบเหมืองอย่างสม่ำเสมอ พร้อมจัดให้มีการตรวจสุขภาพประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานของเหมือง ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในชุมชนใกล้เคียง

เช่นเดียวกับพนักงานของบริษัท ซึ่งหลายคนทำงานที่เหมืองมานานกว่า 10-20 ปี และมีผลการตรวจสุขภาพที่ดี เห็นได้จากพนักงานของเราประมาณ 85% เป็นคนในพื้นที่ หากการดำเนินงานของเหมืองไม่ปลอดภัยจริง คงไม่มีใครยอมเสี่ยงชีวิต ทั้งของตัวเองและคนในครอบครัวเพื่อแลกกับค่าตอบแทนจากการทำงานที่นี่ ความไว้วางใจจากชุมชนและพนักงานคือเครื่องยืนยันสำคัญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน