‘พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์’ คว้าดีลใหญ่ ‘ยาเดีย’ ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลกจากจีน
ตั้งโรงงานผลิตใหม่แห่งแรกในไทย ปักหมุดสมุทรปราการ พื้นที่เช่ากว่า 9,582 ตร.ม.
เสริมทัพการเติบโต รับการขยายกำลังการผลิตเต็มสูบ
วันที่ 19 ธ.ค. 2568 นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ PD ผู้พัฒนาและบริหารโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน เปิดเผยว่าบริษัทได้เซ็นสัญญาให้เช่าพื้นที่อาคารโรงงานสำเร็จรูป กับ บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ยาเดีย (YADEA) ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลกจากประเทศจีน และเป็นผู้นำยอดขายอันดับหนึ่งของโลกในตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อจัดตั้งฐานการผลิตใหม่แห่งแรกของ YADEA ในประเทศไทย ภายในโครงการ Bangkok Free Trade Zone 1 (BFTZ 1) บางนา-ตราด กม.23 ซึ่งถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์ จ.สมุทรปราการ พื้นที่เช่าอาคารรวมกว่า 9,582 ตร.ม. บนเขตอุตสาหกรรมทั่วไป
อย่างไรก็ดีการปิดดีลเช่าอาคารในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จภายในระยะเวลารวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา ภายหลังเริ่มเจรจาในไตรมาส 4 ปี 2567 เซ็นสัญญาต้นปี 2568 และเริ่มการผลิตอย่างเป็นทางการในไตรมาส 2/2568

โดยโรงงานแห่งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพการผลิตเพื่อตอบรับความต้องการใช้งานจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันรองรับการผลิตได้ถึง 150,000 คันต่อปี เล็งเพิ่มกำลังการผลิตรวมเป็น 600,000 คันต่อปี ภายใน 3 ปีข้างหน้า สะท้อนโอกาสของประเทศไทยในการรองรับดีมานด์จากผู้ประกอบการต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตต่อเนื่อง
ทั้งนี้ YADEA มุ่งยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้ใช้งานทั่วโลกให้ดียิ่งขึ้นและก้าวสู่การเป็นองค์กรระดับโลก มีทีมปฏิบัติการในไทยกว่า 100 คน โดยกว่า 80% เป็นคนไทย ปัจจุบันได้ขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์จำหน่ายอย่างเป็นทางการของแบรนด์มากกว่า 70 สาขาทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าขยายสาขาและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจและยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้า
ขณะเดียวกัน บริษัทได้รับการรับรองการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว 6 รุ่น ร่วมกับการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากประเทศจีน ตอบโจทย์ความต้องการหลักของผู้ใช้ชาวไทยด้วยมาตรฐานคุณภาพที่เชื่อถือได้ ควบคู่ไปกับการสร้างระบบบริการหลังการขายที่ครอบคลุม และเร่งพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในประเทศ
นายเหมย น่งอิ่ง ผู้จัดการฝ่ายผลิต บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า YADEA เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก เนื่องจากการวางกลยุทธ์ขยายธุรกิจในระดับโลกและเล็งเห็นศักยภาพของตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามกฎระเบียบของหน่วยงานที่กำกับดูแล จึงเลือกโครงการที่มีมาตรฐานเทียบเท่ากับนิคมอุตสาหกรรม
ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการมาตรฐานสูง มีบริการแบบ One Stop Service และเครือข่ายบริษัทชั้นนำอยู่ในพื้นที่เดียวกันเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรม โครงการ BFTZ 1 ตอบโจทย์ในทุกข้อที่มองหา ทีมงานมีความรวดเร็วในการประสานงาน ทำให้โรงงานแห่งใหม่ในประเทศไทยเปิดดำเนินการได้ตรงตามไทม์ไลน์ที่คาดการณ์
อีกทั้งการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ของภาครัฐ ยังมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีหลายประการ เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรและวัตถุดิบ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของบริษัทในภูมิภาค
ความไว้วางใจของ YADEA สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของ PD ในฐานะผู้พัฒนาและบริหารโครงการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าคุณภาพสูง พร้อมด้วยทางเลือกอาคารหลากหลายตั้งแต่คลังสินค้า โรงงานสำเร็จรูป ไปจนถึงโรงงานแบบ Built-to-suit และ Ready Built-to-suit ปรับใช้พื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่น
สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เช่าได้อย่างทันท่วงที โดยอาคารที่ YADEA เช่านั้น เป็นโรงงานสำเร็จรูป (Ready Built) ขนาดใหญ่ ออกแบบยกพื้นสูงและติดตั้งสะพานปรับระดับสำหรับขนถ่ายสินค้า สร้างขึ้นตามมาตรฐานคุณภาพสูงสุด เพื่อสนับสนุนให้กระบวนการผลิตดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นางสาวรัชนี กล่าวว่า ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นถึงจุดแข็งของโครงการ BFTZ 1 หลายด้าน ได้แก่ ทำเลยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ สาธารณูปโภคครบครัน ตลอดจนบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการอย่างรอบด้าน
“YADEA ยังมีการเตรียมความพร้อมทั้งแผนขยายธุรกิจในไทยที่ชัดเจน มีความเข้าใจในกระบวนการจัดตั้งโรงงานเป็นอย่างดี ความสำเร็จครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเสริมระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ซึ่ง PD จะต่อยอดความเชี่ยวชาญ ยกระดับโครงการและบริการ สนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติอย่างยั่งยืนต่อไป เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง”
นางสาวรัชนี กล่าวและว่า PD ยังเดินหน้าขยายพอร์ตโครงการอุตสาหกรรมผ่านสองธุรกิจหลัก ได้แก่ คลังสินค้าและโรงงานให้เช่า ภายใต้โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน (BFTZ) ปัจจุบันมีทั้งหมด 10 โครงการ พื้นที่เช่ารวมมากกว่า 1 ล้าน ตร.ม. เตรียมก้าวสู่ 2 ล้าน ตร.ม. และ นิคมอุตสาหกรรมบางปะกง พื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ บนทำเลศักยภาพ EEC บริเวณ ถ.บางนา-ตราด กม.55 จ.ชลบุรี คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2570 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม ครอบคลุมความต้องการของธุรกิจทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรม
อีกทั้งการเข้ามาตั้งฐานการผลิตของ YADEA คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้าให้เพิ่มมากขึ้น พร้อมกันนี้ PD ในฐานะด่านหน้ารองรับนักลงทุนต่างชาติ จะยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศอุตสาหกรรมไทยให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกัน