มกอช. เร่งสร้างความเชื่อมั่นทุเรียนไทย เดินหน้าบังคับใช้มาตรฐาน มกษ.9070 คุมคุณภาพโรงคัดบรรจุภาคตะวันออก รับมือกฎเข้มจีนและคู่แข่งอาเซียน หวังรักษามูลค่าส่งออกแสนล้านบาท
วันที่ 19 ธ.ค.2568 น.สพ.ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มาตรฐานบังคับ มกษ.9070-2566 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2568 ให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกทุเรียนต้องขอรับใบอนุญาตและการรับรองมาตรฐานให้ถูกต้อง รวมถึงต้องแจ้งการส่งออกทุกครั้งตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551
จากข้อมูลล่าสุด ปี 2568 มีโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุทุเรียนสดขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร 1,709 ราย โดยอยู่ในภาคตะวันออกมากที่สุด 883 ราย (จันทบุรี ระยอง ตราด) ภาคใต้ 639 ราย และพื้นที่อื่นๆ 187 ราย ซึ่ง ในภาคตะวันออกมีผู้ขอใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตตามมาตรฐานบังคับกับ มกอช.แล้วเพียง 491 ราย ยังเหลืออีก 392 รายที่ยังไม่ได้ดำเนินการ
ข้อมูลปี 2568 (1 ม.ค.–15 ธ.ค.2568) ไทยส่งออกทุเรียนสดไปสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้วกว่า 927,285 ตัน คิดเป็นมูลค่า 148,767 ล้านบาท แต่ความท้าทายยังคงอยู่ ทั้งมาตรการตรวจสารตกค้างและสารเคมีต้องห้ามของจีน รวมถึงการแข่งขันจากประเทศคู่แข่งที่จีนเปิดตลาดให้มากขึ้น ทั้งเวียดนาม มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
ขณะเดียวกันยังพบปัญหาการตัดทุเรียนก่อนอายุเก็บเกี่ยว ส่งผลให้ทุเรียนอ่อนและด้อยคุณภาพหลุดสู่ตลาด กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
ล่าสุด กองควบคุมมาตรฐาน เดินหน้าจัดสัมมนา “เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติตามมาตรฐานบังคับ เรื่อง หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ (มกษ.9070-2566)” เพื่อสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคตะวันออก ปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด คุมความอ่อน-แก่ของทุเรียนก่อนส่งออก
ภายในงานยังให้ความรู้ด้านกฎระเบียบการส่งออกทุเรียนสด การขอใบอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก และผู้นำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ พร้อมเปิดหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) รับคำขอใบอนุญาตอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมสัมมนายังสามารถยื่นขอใบอนุญาตผ่านระบบ TAS-License ทางเว็บไซต์ของ มกอช.ได้เช่นกัน
น.สพ.ชัยวัฒน์ กล่าว่า เตือนผู้ประกอบการในภาคตะวันออก ซึ่งกำลังจะมีผลทุเรียนออกสู่ตลาดในเร็วๆ นี้ รวมถึงผู้ประกอบการในพื้นที่อื่น ให้เร่งขอรับใบอนุญาตและการรับรองมาตรฐานให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากพบการฝ่าฝืน จะไม่อนุญาตให้ส่งออก และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
สำหรับภาคตะวันออกถือเป็นแหล่งผลิตทุเรียนสำคัญของประเทศ โดยปี 2568 มีพื้นที่เพาะปลูก 739,997 ไร่ พื้นที่ให้ผลผลิต 496,226 ไร่ แบ่งเป็นจันทบุรี 335,883 ไร่ ผลผลิต 575,611 ตัน ระยอง 98,886 ไร่ ผลผลิต 188,321 ตัน และตราด 61,457 ไร่ ผลผลิต 107,760 ตัน ซึ่งฤดูเก็บเกี่ยวหลักจะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมของทุกปี
หากทุกภาคส่วนยกระดับการปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างจริงจัง จะช่วยรักษาความเชื่อมั่นตลาดจีนและตลาดโลก ปูทางให้ทุเรียนไทยเดินหน้าส่งออกสดปี 2569 ได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในตลาดโลก