สทนช. ไฟเขียวงบ 380,760 ล้านบาท ครอบคลุม 66 จังหวัด-กรุงเทพฯ เพิ่มคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย หวั่นภาระชดเชยพุ่งทะลุแสนล้าน
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เปิดเผยว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ปีงบประมาณ ภายใต้งบประมาณ 380,760.66 ล้านบาท จำนวนทั้งสิ้น 44,161 รายการ ครอบคลุม 8 กระทรวง ดำเนินการใน 66 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร
ล่าสุดมีมติให้กรมชลประทาน เพิ่มโครงการคลองระบายน้ำหลาก ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ขยายคลองเดิม วงเงินราว 1.6 แสนล้านบาท
พร้อมกันนี้ เตรียมประชุมวางแผนบริหารจัดการน้ำล่วงหน้า 3 ปี (2569-2571) ป้องกันซ้ำรอยมหาอุทกภัยปี 2554 เพื่อป้องกันความผิดพลาดในอดีต ที่มีการเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนเร็ว จนเหลือเพียง 45% ของความจุอ่าง ส่งผลให้ ปี 2555-2556 เกิดภัยแล้งรุนแรงในอีก 2 ปี
“ปัจจุบันงบประมาณด้านน้ำส่วนใหญ่ กว่า 1.2 แสนล้านบาทต่อปี มักทุ่มไปที่การก่อสร้าง แต่กลยุทธ์ที่ควรให้ความสำคัญมากขึ้นคืองบประมาณด้านการปรับตัวและการแจ้งเตือน เน้นการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ และการทำให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม”
นายไพฑูรย์ กล่าวว่าหากไม่เร่งเตรียมรับมือ น้ำท่วมจะทำรัฐแบกรับภาระชดเชยเพิ่มต่อเนื่อง หลังปี 2567 จ่ายแล้วกว่า 6 หมื่นล้านบาท ปี 2568 เพิ่มเป็น 8 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มทะลุแสนล้านบาทในอนาคต
ดังนั้น จึงต้องเลิกบริหารน้ำแบบปีต่อปี ลดความเสี่ยงทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง พร้อมปรับงบจากงานก่อสร้างสู่การบริหารจัดการ การแจ้งเตือน และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้ท้องถิ่นรับมือภัยพิบัติได้ด้วยตัวเอง
สำหรับแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แบ่งเป็น 5 ด้าน คือ 1.ด้านการจัดการน้ำอุปโภคบริโภค วงเงิน 55,397 ล้านบาท 2.การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต วงเงิน 169,255.78 ล้านบาท 3.การจัดการอุทกภัย วงเงิน 112,216.16 ล้านบาท 4.การอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรน้ำ วงเงิน 11,519.78 ล้านบาท และ 5.การบริหารจัดการ วงเงิน 32,371.5 ล้านบาท
การจำแนกงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำแต่ละภูมิภาค ดังนี้ ภาคอีสาน วงเงิน 112,863 ล้านบาท จำนวน 18,789 รายการ ภาคเหนือ วงเงิน 97,304.95 ล้านบาท จำนวน 10,016 รายการ ภาคกลางวงเงิน 69,121.42 ล้านบาท จำนวน 7,021 รายการ
ภาคใต้วงเงิน 50,766.69 ล้านบาทจำนวน 5,092 รายการภาคตะวันออก วงเงิน 36,252.68 ล้านบาทจำนวน 2,862 รายการและ ส่วนกลาง วงเงิน 14,451.8 ล้านบาทจำนวน 381 รายการ