แอตต้า ชี้สัญญาณบวกท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวชัด หลังภาพลักษณ์ไทยดีขึ้นบนโซเชียล คาดปี 2569 นักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยเกือบ 9 ล้านคน ททท.เดินเกมรุกเต็มสูบ ดันไทยกลับเป็นจุดหมายอันดับ 1

วันที่ 24 ธ.ค.2568 นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า คาดปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยเกือบ 9 ล้านคน ในปี 2569 เพิ่มเท่าตัวจากปีนี้ที่คาดว่าจะปิด 4.5 ล้านคน หลังจากเมื่อเดือน พ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการ

ทำให้เกิดเสียงชื่นชมอย่างมากจากชาวจีนบนโลกโซเชียลมีเดีย ส่งผลบวกต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

นอกจากนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังได้เข้าร่วมงานเทรดโชว์ด้านการท่องเที่ยว “CITM 2025” ณ เมืองไหโขว่ มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความสัมพันธ์อันดี ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบสองทางระหว่างไทยกับจีน ขณะเดียวกันยังได้รับความเชื่อมั่นจากองค์กรใหญ่ เช่น แอมเวย์ (Amway) จัดทริปเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (อินเซนทีฟกรุ๊ป) จำนวนรวม 13,000 คน ทยอยเดือนทาง 10 กรุ๊ป กรุ๊ปละ 1,300 คน ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.-ต้นเดือน เม.ย. 2569

“แม้ปีนี้จะมีหลายเหตุการณ์สร้างความกังวลใจต่อนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะเหตุการณ์นักแสดงชาวจีน ซิงซิง หายตัวไปบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อต้นปี ส่งผลกระทบระยะยาว นักท่องเที่ยวจีนหายไปหลายล้านคน ไม่ใช่แค่วิกฤตเฉพาะช่วงสั้นๆ แต่ล่าสุดจากการติดตามโซเชียลมีเดียของจีนแทบไม่มีข่าวเชิงลบเกี่ยวกับประเทศไทยแล้ว จึงคาดหวังว่าการเจรจาเพื่อยุติการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จะเกิดขึ้นในเร็ววัน เพื่อส่งผลบวกต่อภาพรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด”

ทั้งนี้ แอตต้า ร่วมกับ ททท. สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สมาคมโรงแรมไทย และพันธมิตรภาคการท่องเที่ยวไทย ประกาศความพร้อมจัดงาน “ไทยแลนด์ ทัวริสซึ่ม แอนด์ ไมซ์ เน็กซ์ 2026” รับกระแสท่องเที่ยวฟื้นตัว

มุ่งยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือการท่องเที่ยวโลกที่ปลอดภัยและยั่งยืน ไฮไลต์ของงานคือการจับคู่ธุรกิจไม่ต่ำกว่า 3,000 นัดหมาย ที่มีผู้ซื้อและผู้ชายมากกว่า1,200 รายเข้าร่วม คาดการณ์มูลค่าการเจรจาธุรกิจเบื้องต้นประมาณ 3,000 ล้านบาท

น.ส.ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวจีนในปี 2569 ททท.ตั้งเป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนให้ฟื้นตัวเข้ามาเที่ยวไทยเป็นอันดับ 1 อีกครั้ง หลังจากปี 2566 ก่อนโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยแตะ 11 ล้านคน คาดว่าทั้งปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวไทยเป็นอันดับที่ 2 ลดลง 33% เทียบกับข่วงที่ลดลงลึกถึง 40%

แต่ขณะนี้ใกล้ปีใหม่แล้ว เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นหลังจากจีนและญี่ปุ่นเกิดปัญหาทางการเมืองทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเปลี่ยนจุดหมายปลายทางมาไทยแทน สะท้อนจากตัวเลขในเดือนธันวาคมนี้ ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 8,000-9,000 คนต่อวัน เป็น 12,000-14,000 คนต่อวัน รองจากมาเลเซียที่ตอนนี้เข้ามาเที่ยวไทยมากเป็นอันดับ 1 ซึ่งสลับกับจีนมาตลอดทั้งปี

“เพื่อกระตุ้นตลาดจีนให้กลับมาดีอย่างต่อเนื่อง ททท.วางแผนจะใช้กลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจจัดการปัญหาสแกมเมอร์ที่เป็นความกังวลของนักท่องเที่ยวจีน และเพิ่มโครงการทรัสต์เต็ด ไทยแลนด์ มีการใช้แอพพลิเคชั่นดูแลความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจตลอดเส้นทางการเดินทาง

พร้อมกับเพิ่มคุณค่าสินค้าและบริการเพื่อยืนยันว่าราคาสินค้าในไทยมีความคุ้มค่า ผ่านการสื่อสารที่จะทำงานร่วมกับเคโอแอล สาธิตการใช้จ่ายเงินในไทย อาทิ เงิน 1,000 หยวน ซื้ออะไรได้บ้าง รวมไปถึงการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวเมืองรองและเส้นทางใหม่ๆ อาทิ โปรโมททะเลบัวแดง จ.อุดรธานี ให้แก่ตลาดจีนที่มีพฤติกรรมชอบถ่ายภาพ ที่ถือเป็นโครงการสำคัญช่วงตรุษจีน”

น.ส.ภัทรอนงค์ กล่าวว่า สำหรับตลาดอื่นในเอเชีย ยังคงตลาดที่มีความสำคัญ ตลาดระยะใกล้มีความสำคัญในสัดส่วนการท่องเที่ยว ขณะที่ประเทศอื่น อาทิ เกาหลีใต้ ลดลง 16.3% ฮ่องกง ลดลง 26.8 % ไต้หวันลดลง 9.6% มองโกเลีย เพิ่มขึ้น 19.9% ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 4.2% หรือประมาณ 1.1 ล้านคน อินเดีย เพิ่มขึ้น 18% และออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 5.5%

ส่งผลให้ในภาพรวมตลาดระยะใกล้ ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปีนี้มีหลายปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวไม่สามารถฟื้นตัวได้ตามที่คาดการณ์ ทั้งปัญหาหลักๆ จากภาพลักษณ์ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในไทย อัตราแลกเปลี่ยนที่ทำให้รู้สึกว่าสินค้าไทยราคาแพง และความรู้สึกว่าแหล่งท่องเที่ยวไทยในสายตานักท่องเที่ยวเริ่มเก่าแล้ว เทียบกับหลายประเทศคู่แข่งที่มีความสดใหม่มากกว่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน