นายจักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจรองเท้าผ้าใบนันยาง เปิดเผยว่า แนวโน้มภาพรวมตลาดรองเท้านักเรียนปีนี้น่าจะขยายตัวได้ 3% ดีกว่าปี 2560 ที่มีอัตราการเติบโตเพียง 0-1% เท่านั้น มูลค่าอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท เนื่องจากปีนี้กำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้นตามภาพรวมเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว เห็นได้จากยอดขายรองเท้าของบริษัทในตลาดต่างจังหวัดตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตจากปกติสูงถึง 5% ส่วนภาพรวมยอดขายในกรุงเทพฯ คาดว่าจะเริ่มมีความคึกคักตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 เม.ย.เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 15 พ.ค.นี้

สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีนี้ จะให้ความสำคัญกับการทำตลาดรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลมากขึ้น โดยได้เตรียมงบทำตลาดไว้ 70 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ ด้วยนักเรียนต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะใส่รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาล ดังนั้นบริษัทจึงเล็งเห็นโอกาส ด้วยการเข้าไปทำกิจกรรมส่งเสริมการขายในตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดเมืองรอง 55 จังหวัดที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ให้ความสำคัญกระตุ้นด้านการท่องเที่ยว

ส่วนของรองเท้าผ้าใบที่จะนำเข้ามาทำตลาดในปีนี้ จะมีด้วยกัน 4 รุ่นหลัก คือ 1.รุ่น 205-S ครอบคลุมตลาดรองเท้าผ้าใบนักเรียนทั้งหมด 2. รุ่น Have Fun สำหรับนักเรียนประถมศึกษา อายุ 6-9 ปี 3.รุ่น Sugar รองเท้าผ้าใบสำหรับผู้หญิง และ 4 .รุ่น Zafari รุ่นใหม่ล่สุด สำหรับนิสิต นักศึกษามหาวิทยาลัย สายอาชีพ และบุคคลทั่วไป ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายรองเท้าผ้าใบสีขาวอยู่ที่ 40% รองเท้าผ้าใบสีดำ 35% และน้ำตาล 25% ซึ่งหลังจากบริษัทออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายรองเท้าสีน้ำตาลมากขึ้นคาดว่าสิ้นปีจะมีสัดส่วนยอดขายรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลเพิ่มขึ้นเป็น 30%

ด้านนายชัยพัชร์ ซอโสตถิกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตรองเท้านันยาง กล่าวว่า จากแผนหันมารุกทำตลาดรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทต้องเพิ่มกำลังการผลิตรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลเพิ่มขึ้น 15% จากปีนี้มีแผนที่จะเพิ่มกำลังผลิตรองเท้าโดยรวม เพื่อรองรับหน้าขายสินค้าในช่วงเปิดเทอมนี้อีกประมาณ 20% จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 4-5 หมื่นคู่ต่อวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน