รถไฟเปลี่ยนแม่ทัพ! บอร์ด รฟท. เลือก ‘อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง’ นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ
แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท. ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฯ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ซึ่งมีนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมขนส่งทางบก เป็นประธาน มีมติเห็นชอบผลการสรรหาผู้ว่าการรถไฟฯ คนใหม่ ลำดับที่ 21 ตามที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ โดยนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สมัคร 2 ราย ได้รับคะแนนประเมินสูงสุด
แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเผยว่า ขั้นตอนหลังจากนี้จะเข้าสู่การเจรจาเงื่อนไขผลตอบแทน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2568 ก่อนนำเสนอให้บอร์ด พิจารณาอีกครั้งในการประชุมเดือนมกราคม 2569 จากนั้นจะเสนอเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ หากได้รับอนุมัติจะเข้าสู่กระบวนการลงนามสัญญาจ้างต่อไป โดยตำแหน่งผู้ว่าการ รฟท. มีกำหนดวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจาการรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุว่า การแต่งตั้งดังกล่าวอาจต้องรอการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันอยู่ในสถานะรักษาการ ซึ่งไม่สามารถอนุมัติการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสรรหาผู้ว่าการ รถไฟ ครั้งนี้ มีขึ้นภายหลังจากนายวีริศ อัมระปาล ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 หลังดำรงตำแหน่งได้ประมาณ 1 ปี ส่งผลให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าว ระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน ถึง 8 ธันวาคม 2568 ผลปรากฏว่ามีผู้สมัครจำนวน 2 ราย ได้แก่
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการ การรถไฟฯซึ่งเป็นผู้บริหารที่เติบโตมาจากองค์กร และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษชัย ศรีบุญมา รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนากิจการมหาวิทยาลัยเพื่อความยั่งยืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) โดยทั้งสองรายผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่ รฟท. กำหนด และเข้ารับการสัมภาษณ์ พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหา เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ก่อนที่ผลการประเมินจะสรุปว่านายอนันต์ได้รับคะแนนสูงสุด
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้นายอนันต์เคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า การตัดสินใจสมัครเข้ารับการคัดเลือกในครั้งนี้ เนื่องจากมีความเชื่อมั่นว่าประสบการณ์การทำงานกับ การรถไฟฯมาอย่างยาวนาน จะสามารถนำมาสานต่อและขับเคลื่อนองค์กรให้พัฒนาไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น