ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ตลาดรถยนต์โดยรวม ยังไม่มีความแน่นอนสักเท่าไหร่ แม้เมื่อปีที่แล้ว จะผงกหัว เติบโตขึ้นได้เล็กน้อย ทำเอาหลายคนตื่นเต้นดีใจ พร้อมทั้งมองโลกในแง่ดีว่า นี่เราพ้นบอตทอม ไลน์ หรือจุดต่ำสุดกันไปแล้ว
แต่หากเข้าไปดูไส้ในจะพบว่า การเติบโตที่เห็นนั้น มีหลายอย่างที่เกิดจากความไม่ปกติของตลาด โดยเฉพาะกลุ่มรถอีวีจากจีน เนื่องจากต้องเร่งยอดผลิตให้ทัน กับการนำเข้ามาขายในบ้านเราช่วงแรก จากโครงการสนับสนุน EV 3.0
นอกจากนี้บางค่ายยังต้องเร่งระบายสต๊อก เพราะกำลังจะมีรถรุ่นใหม่ เทคโนโลยีใหม่ เข้ามาทำตลาด ส่งผลให้รถอีวีกลับมาทำสงครามราคากันอีกรอบ ทำเอาจุกกันไปทั่วหน้า ทั้งค่ายรถที่ต้องเฉือนเนื้อตัวเอง และลูกค้าเก่าที่ซื้อไปก่อนหน้า ไม่ว่าจะเมื่อเร็วๆ นี้ หรือตอนเปิดตัวใหม่ๆ 2-3 ปีที่ผ่านมา
ส่วนที่ว่าจะทำให้มีลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามาใช้งานรถอีวีมากขึ้น ประเด็นนี้ยังด่วนสรุปไม่ได้ บางคนก็ว่าราคาต่ำสุดแล้ว ลูกค้าเพิ่มขึ้นแน่นอน บางคนก็ว่า การทำตลาดแบบนี้ เป็นการทำลายความเชื่อมั่น ทั้งต่อแบรนด์ และต่อตลาดรวม
มาฟังมุมมองของผู้บริหารค่ายรถยนต์ ว่าจะมีความเห็นต่อตลาดรถยนต์ในปีม้าศึก 2569 นี้กันอย่างไรบ้าง เชิญทัศนาพร้อมกันโดยพลัน
โตโยต้าหวังรัฐบาลหนุนซื้อรถผลิตในประเทศ
นายใหญ่โตโยต้า โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ระบุว่า โตโยต้า จะยังคงส่งเสียงพร้อมทั้งทำทุกวิถีทางให้อุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทยดำรงอยู่อย่างแข็งแกร่ง พร้อมทั้งปกป้องผู้ผลิตในประเทศไทย เพราะเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีมูลค่าคิดเป็น 10% ของจีดีพีประเทศ มีการจ้างงานรวม ไม่ว่าจะโรงงานผู้ผลิต ผู้ผลิตชิ้นส่วน ดีลเลอร์ตัวแทนจำหน่าย รวมกว่า 900,000 คน รัฐบาลควรต้องมีนโยบายส่งเสริมอย่างเป็นธรรม
ขณะที่ตลาดรวมรถยนต์ปี 2569 คาดว่าเป็นปีที่ ไม่ง่ายอีกปี โดยเฉพาะรถปิกอัพมีความท้าทายอย่างมาก แต่เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งการผ่อนปรนเรื่องการปล่อยสินเชื่อ และการมีรถรุ่นใหม่เข้ามากระตุ้นความต้องการของตลาด เช่น โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่ ที่มีทั้งรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล และอีวี มีลูกค้าให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก คาดว่าครึ่งปีหลังตลาดรถยนต์จะเริ่มดีขึ้น ประเมินว่ายอดขายตลาดรวมรถยนต์ปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตขึ้นกว่าปี 2568 ที่ทำไว้ประมาณ 600,000 คันอย่างแน่นอน
อีซูซุมองยังลำบากกันต่อไป
ขณะที่มุมมองของ ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ประเมินว่าด้วยสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย ในปี 2569 ยังคงมีความยากลำบาก เนื่องจากมีปัจจัยลบเข้ามา กระทบค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร ผลผลิต และราคาพืชผลทางการเกษตรค่อนข้างตกต่ำ ความเสียหายจากน้ำท่วม ปัญหาเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการส่งออกที่คาดว่าภาษีทรัมป์จะเริ่มเห็นผลกับประเทศไทยว่าเป็นอย่างไร
ซึ่งทั้งหมดจะส่งผลกับตลาดรถยนต์โดยรวม อีกทั้งยังไม่มีสัญญาณบวกอะไรมาให้ได้รับรู้ แม้จะมีการเลือกตั้ง และหลายฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องดี แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ด้วยว่ามีมากน้อยเพียงใด มองว่ายอดขายตลาดรวมรถยนต์ ปี 2569 ไม่น่าจะเติบโต หรือถ้าเติบโตได้คงเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ทำไว้ได้ประมาณ 600,000 คัน
ซูซูกิ ชี้น้ำท่วมทำลายความเชื่อมั่น
ด้าน วัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ระบุว่า เดิมประเมินยอดขายปี 2568 ไว้ว่าน่าจะได้เกิน 600,000 คัน แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ซึ่งวิกฤตอย่างมาก ทำให้ตัวเลขยอดขายตลาดรวมรถยนต์ปรับลดลงเหลือไม่ถึง 600,000 คัน อีกทั้งยังเป็นโมเมนตัมต่อเนื่องทำให้ตลาดซึมยาวถึงปี 2569 ที่คาดว่าจะทรงตัวเท่ากับปีที่แล้ว
ด้วยเพราะปัญหาที่ต่อเนื่องหลังจากน้ำท่วม ไม่ว่าจะเรื่องความเชื่อมั่น ของผู้ที่จะเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศ ว่าประเทศไทยจะป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร ส่วนที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ คือเรื่องของการประกันภัย เพราะเกิดความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล คาดว่าจากนี้ไปเบี้ยประกันภัยรถยนต์จะสูงขึ้น กระทบกับผู้ประกอบการรวมถึงเจ้าของรถเพราะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
เอ็มจีลั่นตลาดพังเพราะสงครามราคา
สำหรับ พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย ผู้บุกเบิกตลาดรถจากประเทศจีน และรถอีวีในบ้านเรา มองภาพรวมตลาดรถยนต์ปี 2569 แทบไม่มีปัจจัยบวกที่ชัดเจน เข้ามาส่งเสริมยอดขายให้เพิ่มขึ้นชัดเจน แม้หลายฝ่ายคาดหวังว่าภาครัฐอาจออกมาตรการเพื่อมาอัดฉีดบ้างแต่เชื่อว่าไม่ได้ทำให้ตลาดเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากการส่งเสริมต้องมีความระมัดระวัง ไม่ให้เหมือนประสบการณ์ที่ผ่านมา สำหรับเซ็กเมนต์รถยนต์ที่ยังคงเติบโตอยู่คือกลุ่ม B-SUV และอีวี ด้วยความประหยัด อีกทั้งมีเทคโนโลยีอันทันสมัย ทำให้ดึงดูดความสนใจจากลูกค้ากลุ่มพรีเมียม
แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรถอีวี ภาครัฐต้องมีมาตรการมากำกับดูแล ในเรื่องการทำสงครามราคาอย่างจริงจัง เพราะเป็นการบิดเบือนความจริง ต้องเข้าไปตรวจสอบต้นทุนที่แท้จริง ว่าสอดคล้องกับราคาขายหรือไม่ หากปล่อยไว้อย่างนี้ไม่เป็นผลดี ทำให้ตลาดพังกันไปทั้งหมด ลูกค้าจะหมดความเชื่อมั่นต่อรถอีวีในที่สุด
ฟอร์ดมองเครื่องจักร4ตัวไม่ทำงาน
ส่วน รัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย จำกัด สะท้อนภาพตลาดรวมรถยนต์ปี 2569 ว่า ยังไม่มีปัจจัยอะไรที่ทำให้ยอดขายเติบโตได้หวือหวา คาดว่าน่าจะอยู่ที่ 620,000 คัน จากเมื่อปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 600,000 คัน เนื่องจากประเทศไทย มีเครื่องจักร 4 ตัว ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ การท่องเที่ยว แม้จะเริ่มมีนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาบ้าง แต่ยังไม่เห็นอัตราเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม การส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์ยังไม่จบ และไม่แน่ใจว่าจะจบอย่างไร
ไม่มีเม็ดเงินจากรัฐบาลเข้ามาอัดฉีดในโครงการใหญ่ๆ เพื่อให้เงินเข้าระบบมากขึ้น และอัตราการบริโภคในประเทศวันนี้ถือว่าต่ำมาก ความเชื่อมั่นของประชาชนลดลง ขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้น อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องของน้ำท่วม ซึ่งทำให้เศรษฐกิจของพื้นที่ ที่น้ำท่วมเสียหายอย่างมาก ทำให้เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว ขณะที่ตลาดรถยนต์ยังมีเรื่องของความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อเข้ามาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตลาดเติบโตไม่ได้ด้วย
แม้มุมมองจากผู้ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์จะช่วยสะท้อนทิศทางบางส่วนของตลาด แต่ภาพรวมตลาดรถยนต์ปีม้าศึก 2569 ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน จะพุ่งทะยาน หรือชะลอตัวต่อเนื่อง ต้องจับตาพร้อมลุ้นกันชนิดเดือนต่อเดือนอย่างแน่นอน
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ