สมอ. คลอด มอก.1479-2566 กำหนดให้เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป เป็นสินค้าควบคุม เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่าได้กำหนดให้เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป มอก.1479-2566 เป็นสินค้าควบคุมต่อเนื่อง เนื่องจากได้มีการทบทวนแก้ไขมาตรฐานใหม่เพื่อให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิตและการใช้งานในปัจจุบัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค.2568
โดยกำหนดสมบัติทางกลและส่วนประกอบทางเคมีของเหล็ก เพื่อให้มีความปลอดภัย แข็งแรง และทนทานมากขึ้น สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการนำไปใช้ในงาน
“เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน” สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เหล็กดำ” เป็นเหล็กรูปพรรณที่มีลักษณะเป็นแผ่นหรือม้วน ผลิตจากการรีดร้อนที่อุณหภูมิสูง เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป และงานโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรง เป็นวัสดุสำคัญในหลากหลายอุตสาหกรรม
ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ค้ำยัน ส่วนประกอบของโครงหลังคา โครงสร้างที่รับน้ำหนัก หรือส่วนประกอบของประตู หน้าต่าง รั้ว ท่อระบายน้ำ หรือตะแกรงเหล็กที่ต้องรับน้ำหนัก ฯลฯ ทั้งยังใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนที่ไม่ได้รับแรงกระแทกเป็นหลัก เช่น ตัวยึด แหนบรถยนต์ และส่วนประกอบโครงสร้างของตัวถัง เป็นต้น
ปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุญาตทำ 65 ราย และนำเข้า 96 ราย ผู้ที่ฝ่าฝืนทำ หรือนำเข้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ปัจจุบัน สมอ. ได้มีการกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวกับเหล็กจำนวนทั้งสิ้น 237 มาตรฐาน แบ่งเป็นมาตรฐานทั่วไป 213 มาตรฐาน และมาตรฐานบังคับ 24 มาตรฐาน ทั้งยังมีมาตรฐานเหล็กที่อยู่ระหว่างรอการบังคับใช้อีก 5 มาตรฐาน ได้แก่ มอก. 2131-2567 เหล็กกล้าทรงแบนเคลือบสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อนและเคลือบสี มอก. 2753-2567 เหล็กกล้าทรงแบนเคลือบอลูมิเนียม 55%
ผสมสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อนและเคลือบสี
มอก. 2981-2567 เหล็กกล้าทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5% ขึ้นไปและแมกนีเซียม 2% ขึ้นไปโดยกรรมวิธีจุ่มร้อน มอก. 3059-2567 เหล็กกล้าทรงแบนเคลือบสังกะสีอะลูมิเนียม 0.5% ขึ้นไปและแมกนีเซียม 0.4% ขึ้นไปโดยกรรมวิธีจุ่มร้อน มอก. 107-2566 ท่อเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป