ธปท. มั่นใจเศรษฐกิจปี 2568 โต 2.2% ตามคาด ท่องเที่ยวดีเกินคาด จับตาบาทแข็งค่า สถานการณ์ไทยกับกัมพูชา และภาษีสหรัฐ
วันที่ 30 ธันวาคม 2568 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 น่าจะเติบโตได้ตามที่ ธปท.ประมาณการครั้งล่าสุดอยู่ที่ 2.2% ซึ่งรวมผลกระทบทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์ต่างๆ ไว้แล้ว ขณะที่ภาคบริการทั้งท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศที่ดีกว่าที่คาด ส่วนภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมอาจต่ำกว่าที่คาด
“ประเด็นที่ต้องติดตาม ผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท สถานการณ์ไทย-กัมพูชา น้ำท่วม และมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ”
สำหรับเศรษฐกิจไทยในเดือนพ.ย.2568 โดยรวมขยายตัวจากเดือนก่อน จากเครื่องชี้ด้านอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ โดยอุปสงค์ในประเทศปรับเพิ่มขึ้นจากการลงทุนทั้งของภาคเอกชน และรายจ่ายลงทุนของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ
ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนลดลงเล็กน้อย ตามการใช้น้ำมันและไฟฟ้า แม้การใช้จ่ายในสินค้าอุปโภคบริโภคและหมวดบริการยังขยายตัว ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงในหลายหมวด โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราว อาทิ หมวดปิโตรเลียมตามการหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุงโรงกลั่น หมวดอาหารตามการหยุดผลิตชั่วคราวจากน้ำท่วมภาคใต้ และอีกส่วนหนึ่งเป็นผลจากแนวโน้มอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่ชะลอลง
เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงจากเดือนก่อนตามหมวดอาหารสด จากราคาผักที่สูงขึ้นจากผลของน้ำท่วม สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยราคาค่าโดยสารสาธารณะ อาหารโทรสั่งและของใช้ส่วนตัวปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาเครื่องประกอบอาหารลดลง
ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากทั้งดุลบริการ รายได้ และเงินโอน และดุลการค้า สำหรับการจ้างงานในตลาดแรงงานทรงตัว ด้านอุปสงค์ต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้น โดยการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำขยายตัวในหลายหมวด โดยเฉพาะเครื่องประดับและอิเล็กทรอนิกส์ และรายรับภาคการท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้นตามการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องปรับเพิ่มขึ้น
ส่วนอุปทานทรงตัว โดยภาคบริการขยายตัวตามกิจกรรมในภาคท่องเที่ยวและการค้า ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวจากทั้งการปิดซ่อมบำรุงชั่วคราว และน้ำท่วม รวมถึงอุปสงค์ที่มีแนวโน้มชะลอลง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงจากหมวดอาหารสด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน