“คมนาคม” เผยตัวเลขการเดินทางเทศกาลปีใหม่ 2569 ช่วง 4 วันแรก ยอดใช้ขนส่งสาธารณะแตะ 10.9 ล้านคน โดยระบบรางครองสัดส่วนสูงสุด เผยดัชนีความปลอดภัยเป็นที่น่าพอใจ อุบัติเหตุบนโครงข่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กระทรวงคมนาคม เปิดศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมให้คนไทยทุกคนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 อย่างปลอดภัย ภายใต้การรณรงค์ “เทศกาลความสุข ทุกที่ทั่วไทย เดินทางสะดวก ปลอดภัย บนโครงข่ายคมนาคม”

พร้อมรายงานภาพรวมการเดินทาง ระหว่างวันที่ 26 – 29 ธันวาคม 2568 ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางได้อย่างเพียงพอในทุกโหมดการเดินทาง ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจร “ไม่ขับเร็ว – คาดเข็มขัดนิรภัย – สวมหมวกนิรภัย – ดื่มไม่ขับ – ง่วงไม่ขับ – ไม่ขับย้อนศร”

ศปภ.คค. สรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมของกระทรวงคมนาคม ระหว่างวันที่ 26 – 29 ธันวาคม 2568 (ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00 น.) มีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะภายในประเทศ รวม 10,903,523 คน ลดลง 1.13% เมื่อเปรียบเทียบกับวันที่ 27 – 30 ธันวาคม 2567 โดยระบบรางยังคงเป็นที่นิยมสูงสุด คิดเป็น 45% ของการเดินทางทั้งหมด ขณะที่การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ มีจำนวนรวม 1,113,335 คน เพิ่มขึ้น 1.71%

ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล ปริมาณจราจรเข้า – ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีจำนวน 4,337,915 คัน เพิ่มขึ้น 1.71% ในขณะที่ปริมาณการใช้ทางด่วนภายในกรุงเทพฯ ลดลง 15.52% เหลือ 5,217,268 คัน ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินทางของประชาชนที่เดินทางออกไปต่างจังหวัดในช่วงเทศกาล

ด้านมาตรการความปลอดภัย กระทรวงฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะและผู้ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด โดยตรวจรถโดยสารสาธารณะ 61,415 คัน พบข้อบกพร่องและสั่งแก้ไข 28 คัน ตรวจพนักงานขับรถ 61,415 คน ตรวจผู้ปฏิบัติงานรถไฟ 237 คน และผู้ปฏิบัติงานท่าเรือ 3,149 คน ผลการตรวจไม่พบสารเสพติดและแอลกอฮอล์ในผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด

ด้านมาตรการความปลอดภัย กระทรวงฯ ได้ตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ ณ จุดตรวจ จุดพักรถ และจุดจอดทั้ง 222 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 61,415 คัน พบข้อบกพร่องและสั่งแก้ไข 28 คัน ท่าเรือ/แพ 112 แห่ง เรือ 2,128 ลำ ไม่พบข้อบกพร่อง ผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดไม่มีแอลกอฮอล์หรือสิ่งเสพติดในร่างกาย

สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงฯ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 โครงข่ายทางบก เกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้งที่จังหวัดกาฬสินธุ์และลพบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน สาเหตุเกิดจากการขับรถเร็วเกินอัตราที่กำหนด บริเวณที่เกิดเหตุ คือ ทางตรง ไม่มีความลาดชัน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (วันที่ 27 ธันวาคม 2567) พบว่า จำนวนอุบัติเหตุลดลง 99% จำนวนผู้เสียชีวิตลดลง 100% และจำนวนผู้บาดเจ็บลดลง 98% ส่วนโครงข่ายทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ไม่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน

ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 อย่างเต็มที่ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดขบวนรถพิเศษในเส้นทางสายเหนือ สายใต้ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ 18 ขบวน พร้อมพ่วงตู้โดยสารเต็มหน่วยลากจูงในทุกขบวน 210 เที่ยวต่อวัน และเพิ่มขบวนรถเฉพาะกิจ 9 ขบวน 23 เที่ยว เพื่อกระจายปริมาณผู้โดยสารและลดความแออัดในช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่น

ด้านความปลอดภัยได้เพิ่มความเข้มงวดการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารทั้งภายในสถานีและบนขบวนรถ ตรวจสอบความพร้อมของรถจักรและตู้โดยสารก่อนให้บริการ พร้อมประสานความร่วมมือกับฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่นและอาสาสมัครเฝ้าระวังบริเวณจุดตัดเสมอระดับรถไฟ – รถยนต์ในพื้นที่เสี่ยงหรือชุมชนหนาแน่น เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทั้งทางถนนและทางรถไฟ

สำหรับที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 มีประชาชนเดินทางไปใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้จัดรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถเสริม 30) 1,000 คัน เพิ่มเติมจากรถ บขส. และรถร่วมฯ ที่มีอยู่กว่า 8,000 คัน สามารถบริหารจัดการเดินรถได้อย่างเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนซื้อตั๋วโดยสารที่ช่องจำหน่ายตั๋วเท่านั้น เพื่อป้องกันการสูญเสียทรัพย์สินและความปลอดภัยในการเดินทาง

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กำชับให้เจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการรถร่วมฯ ดำเนินการตามมาตรการตรวจเข้มความพร้อมรถโดยสาร รถโดยสารสาธารณะทุกคันต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรงทั้งสภาพตัวรถภายนอกและภายใน อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยต่างๆ ต้องพร้อมใช้งานอยู่เสมอ พนักงานขับรถต้องพักผ่อนเพียงพอ การตรวจสารเสพติดและตรวจวัดแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ชั่วโมงการขับรถไม่เกินที่กฎหมายกำหนด

ตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถ ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านระบบ GPS และมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ ผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS Notice แจ้งเตือนพนักงานขับรถเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและให้ความรู้แก่ผู้โดยสารกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และขอให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ

สามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง ช่องทางบริการให้ข้อมูลข่าวสาร และจุดบริการประชาชนผ่านศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 ตลอด 24 ชั่วโมง และสอบถามข้อมูลสภาพการจราจร เส้นทางและข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน