กระทรวงพลังงาน หารือด่วนกบง. นัดประชุมผู้เกี่ยวข้อง 5 มกราฯ นี้ ถกปมขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม ให้กองทุนน้ำมันเข้าอุดหนุนโดยด่วน
วันที่ 4 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบให้ตรึงราคาขายส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) หน้าโรงกลั่นที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม), ตรึงราคาขายปลีกก๊าซ LPG ต่อเนื่อง 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ม.ค. 2569 เพื่อมอบความสุขเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน
แต่พบว่าในวันที่ 31 ธ.ค. 2568 บริษัทผู้ส่งก๊าซ LPG หลายรายส่งหนังสือแจ้งผู้ประกอบการธุรกิจโรงงานบรรจุก๊าซ LPG ให้ปรับขึ้นราคาจำหน่ายก๊าซ LPG โดยอ้างว่าเนื่องจากภาวะต้นทุนการจัดหาและบริหารการจัดการปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาก๊าซหุงต้มเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ในครัวเรือน ผู้ค้า ร้านอาหารได้รับความเดือดร้อนจากต้นทุนที่สูงขึ้น
ขณะที่ผู้ประกอบการแอลพีจี (ก๊าซหุงต้ม) แจ้งว่า ผู้ประกอบการไม่ได้ปรับขึ้นเอง แต่มาจากการขึ้นราคาขายส่งของกลุ่มปตท. ที่ประกาศขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 ในอัตรา 0.18 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากตลาดโลกปรับขึ้น ซึ่งธุรกิจการค้าเมื่อต้นทุนสูงขึ้นก็ต้องปรับราคาขายปลีกขึ้นตาม เพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ และเรื่องนี้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ทราบถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้วเช่นกัน
อย่างไรก็ดีจากการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า มติกบง.กำหนดให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าอุดหนุนราคาต้นทุนก๊าซหุงต้มที่ปรับขึ้น โดยกบง.จะเข้าสนับสนุนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นวันเปิดทำการของหน่วยงานรัฐ จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2569 ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่ากระทรวงพลังงาน โดยกบง.จะมีการประชุมเรื่องนี้ เพื่อให้กองทุนน้ำมันเข้าอุดหนุนโดยด่วน ดังนั้นผู้ประกอบการแอลพีจี จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง
ทางด้านนายกอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าจากการตรวจสอบพบว่ามีการประกาศให้ตรึงราคาก๊าซหุงต้มไปก่อน 3 เดือน แต่เป็นไปได้ว่าร้านค้าจะขยับไปก่อนแล้ว ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ส่งผลกระทบแน่นอน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ต้นทุนสูงขึ้น โดยส่วนตัวมีร้านอาหารที่จังหวัดน่าน ก็พบว่าราคาก๊าซขนาด 15 กิโลกรัม จากเดิม 423 บาทต่อถัง ขึ้นไป 480 บาทต่อถัง เรียกว่าขึ้นไป 30% ก็ถือว่ามากเกินไป