สรท. เผย 3 กลุ่มสินค้าส่งออกไทย เสี่ยงสะดุด จากปัญหาขัดแย้งสหรัฐ–เวเนฯ

5 ม.ค. 2569 นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ( สรท. ) ให้ความเห็นกรณีสหรัฐจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา ดังนี้

1) การประเมินสถานการณ์สหรัฐ-เวเนซุเอลา และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก

ในมุมมองของสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เห็นว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนถึงความเปราะบางของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก และมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการค้าโลกในหลายระยะ ดังนี้

ระยะสั้น
• ตลาดการเงินและตลาดพลังงานมีความผันผวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน เนื่องจากเวเนซุเอลาเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายสำคัญ

• ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการค้า ค่าขนส่ง และค่าเบี้ยประกันภัยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

• นักลงทุนและภาคธุรกิจชะลอการตัดสินใจ ส่งผลต่อบรรยากาศการค้าโลกโดยรวม

ระยะกลาง
• หากสหรัฐมีการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรหรือกดดันประเทศพันธมิตร อาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภทต้องปรับตัว

• ระบบการค้าโลกมีแนวโน้มเผชิญภาวะ “การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ (Bloc Economy)” ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยประเทศต่างๆ ต้องเลือกยืนข้างหรือพยายามรักษาสมดุล

• ความผันผวนของราคาพลังงานจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อและกำลังซื้อในหลายประเทศ

ระยะยาว

• เร่งการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการค้าโลกจาก Globalization ไปสู่ Regionalization และ Friend-shoring

• บทบาทของการเมืองระหว่างประเทศจะเข้ามามีอิทธิพลต่อทิศทางการค้าและการลงทุนมากกว่ากลไกตลาด

• ความไม่แน่นอนจะกลายเป็น “ภาวะปกติใหม่ (New Normal)” ของระบบการค้าโลก

2) การประเมินโอกาสการเกิดสงครามการค้าสหรัฐ-จีนรอบใหม่

มองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจไม่ใช่ชนวนโดยตรงของสงครามการค้ารอบใหม่ แต่ถือเป็นปัจจัยเสริมที่เพิ่มระดับความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจ โดยเฉพาะในบริบทที่จีนมีบทบาทและความสัมพันธ์กับเวเนซุเอลา

ประเด็นที่ควรจับตา คือ การนำเหตุผลด้านความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์มาใช้เป็นเครื่องมือในการออกมาตรการทางการค้า ซึ่งจะทำให้บรรยากาศการค้าโลกมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น แม้ในระยะสั้นอาจยังไม่ถึงขั้นเกิดสงครามการค้าเต็มรูปแบบก็ตาม

3) ผลกระทบต่อประเทศไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออก

ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบในทางอ้อมเป็นหลัก ผ่านความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ ซึ่งอาจส่งผลต่อคำสั่งซื้อและการวางแผนระยะยาวของคู่ค้าต่างประเทศ

กลุ่มสินค้าส่งออกที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ ได้แก่

1. สินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เช่น เคมีภัณฑ์ ปิโตรเคมี เหล็ก และพลาสติก เนื่องจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบมีความผันผวน

2. สินค้าอุตสาหกรรมที่พึ่งพาตลาดสหรัฐและจีนเป็นหลัก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนยานยนต์ หากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าชะลอตัวหรือมีมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มเติม

3. สินค้าเกษตรและอาหารบางประเภท ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งและความผันผวนของค่าเงิน

4) ข้อเสนอแนะของ ต่อผู้ส่งออกไทยผู้ส่งออกไทยควรให้ความสำคัญกับ

• การกระจายความเสี่ยงด้านตลาดและคู่ค้า ไม่พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป

• การติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการทางการค้าอย่างใกล้ชิด

• การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนพลังงาน

• การปรับรูปแบบธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น เช่น การใช้สัญญาระยะสั้น หรือการเจรจาเงื่อนไขราคาให้สอดคล้องกับสถานการณ์

• การเพิ่มมูลค่าสินค้า และมุ่งเน้นตลาดเฉพาะ (Niche Market) ที่มีศักยภาพ

5) ข้อเสนอต่อภาครัฐ

ในนามของสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ขอเสนอให้ภาครัฐ
1. เสริมระบบข้อมูล ข่าวสาร และกลไกการเตือนภัยด้านการค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรับมือความเสี่ยงได้ทันท่วงที

2. เร่งขยายตลาดส่งออกใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดหลักเดิม

3. ดูแลต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ให้ผู้ส่งออกไทยสามารถแข่งขันได้

4. สนับสนุนเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน

5. ดำเนินบทบาทเชิงรุกในเวทีการค้าระหว่างประเทศ เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการค้าของไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน