กลางเดือนธันวาคม 2568 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ประธานกรรมการ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ได้นำคณะผู้บริหาร และสื่อมวลชนเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนหนึ่งในสนามบินชั้นนำระดับโลก ของประเทศเกาหลีใต้ เพื่อศึกษาดูงานต้นแบบการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ นำมาปรับใช้กับสนามบินสุวรรณภูมิของไทยมีแผนเตรียมปรับปรุงเส้นทางบินคู่ขนานรับ 4 รันเวย์ และเยี่ยมชมภารกิจระบบติดตามอากาศยาน A-SMGCS (Advanced Surface Movement Guidance and Control System) รวมถึงการนำเทคโนโลยี Follow The Green มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย

นายพิเชฐระบุว่า ปัจจุบันสนามบินอินชอน มีเส้นทางบินคู่ขนานรับ 4 ทางวิ่ง รองรับเที่ยวบินได้มากถึง 107 เที่ยวบิน/ชั่วโมง ส่วนสนามบินสุวรรณภูมิขณะนี้ยังมี 3 ทางวิ่ง รองรับ 94 เที่ยวบิน/ชั่วโมง แต่ปริมาณเที่ยวบินในประเทศไทยนั้นมีตัวเลขเฉลี่ยมากถึง 1,000 เที่ยวบินต่อวัน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องขยายขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น

 

 

รายงานพิเศษ - วิทยุการบินเจาะ‘อินชอนโมเดล’

พิเชฐ-สุรชัย บรรยายให้ความรู้

การขยายทางวิ่งรันเวย์สนามบินเพิ่มจาก 3 เป็น 4 ทางวิ่ง จึงมีความสำคัญ บวท.ตั้งเป้าจะเพิ่มทางวิ่งเพื่อรองรับเที่ยวบินในสนามบินสุวรรณภูมิเพิ่มขึ้นเป็น 134 เที่ยวบิน/ชั่วโมง ซึ่ง “อินชอนโมเดล” ถือเป็นต้นแบบการพัฒนาต่อยอดที่เหมาะสมที่จะผลักดันให้สนามบินสุวรรณภูมิมุ่งสู่การเป็นฮับการบินในภูมิภาค

รายงานพิเศษ - วิทยุการบินเจาะ‘อินชอนโมเดล’

ฟังบรรยายจากสนามบินอินชอน

ปัจจุบันสนามบินอินชอน มีปริมาณเที่ยวบินหนาแน่นเป็นอันดับที่ 1 ของเกาหลีใต้ บวท.การศึกษาการบริหารจัดการการจราจรทางอากาศ การพัฒนาทางวิ่ง ทางขับ ลานจอดอากาศยาน อาคารผู้โดยสาร รวมถึงระบบเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขการบริหารจัดการจราจรทางอากาศที่สนามบินสุวรรณภูมิ คือตัวเลือกที่ดี

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือ ปัจจุบันปริมาณเที่ยวบินจากเกาหลีใต้มายังสนามบินในประเทศไทยนั้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินภูเก็ต และสนามบินเชียงใหม่

รายงานพิเศษ - วิทยุการบินเจาะ‘อินชอนโมเดล’

เยี่ยมชมห้องควบคุมจราจรอากาศสนามบินอินชอน

โดยภาพรวมเที่ยวบินระหว่างไทย-เกาหลีใต้ ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดการณ์ว่าจะมีเที่ยวบินเพิ่มจาก 54 เที่ยวบินต่อวัน เป็น 60 เที่ยวบินต่อวัน (สูงสุดเป็นอันดับที่ 8)

ข้อมูลดังกล่าว สอดคล้องข้อมูลของนายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล เกาหลีใต้ ที่ระบุว่า ตัวเลขในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางมาไทยถึง 1.5 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากเป็นอันดับ 5 โดยมีปลายทางหลักๆ คือ กรุงเทพฯ พัทยา และเชียงใหม่

รายงานพิเศษ - วิทยุการบินเจาะ‘อินชอนโมเดล’

ธานี แสงรัตน์

 

โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่เกาหลีใต้ นักท่องเที่ยวแดนโสมขาวส่วนใหญ่ต่างเลือกนิยมเดินทางมาพักผ่อนยังประเทศไทย ไม่ว่าจะมาเที่ยวสถานบันเทิง ทะเล เดินป่า แคมปิ้ง รวมไปถึงการตีกอล์ฟ ซึ่งช่วงหลังได้เริ่มขยับขยายมาเที่ยวยังเมืองรองอื่นๆ แล้ว

รายงานพิเศษ - วิทยุการบินเจาะ‘อินชอนโมเดล’

คณะเยี่ยมชมสนามบินอินชอน

ทำให้ประเทศไทย ต้องเตรียมขยายตลาดทางการบินรองรับนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น รวมถึงชาติอื่นๆ เช่น มาเลเซีย จีน อังกฤษ อินเดีย หรือ รัสเซีย ที่เป็นตลาดหลัก

วิทยุการบินฯ จำเป็นต้องศึกษาแนวทางที่เหมาะสมสุดในการเพิ่มศักยภาพและยกระดับการให้บริการ การเดินอากาศ สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคต่อไป

รายงานพิเศษ - วิทยุการบินเจาะ‘อินชอนโมเดล’

สนามบินอินชอน

ขณะที่ นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ย้ำว่า วิทยุการบินฯ มีความพร้อมนำระบบเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการจราจรทางอากาศ เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น พร้อมรักษามาตรฐาน ความปลอดภัยระดับสากล และยกระดับขีดความสามารถของสนามบินได้

โดยกำลังดำเนินโครงการพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างเส้นทางบิน การออกแบบห้วงอากาศ โดยจัดทำเส้นทางบินใหม่เพิ่มขึ้น ปรับปรุงจากเส้นทางบินในปัจจุบันจากรูปแบบทางเดียว (Single Route) ให้เป็นเส้นทางบินคู่ขนาน (Parallel Routes) ทั้งเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อบริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ ในกรณีมีสภาพอากาศไม่ปกติ หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศ

รายงานพิเศษ - วิทยุการบินเจาะ‘อินชอนโมเดล’

สนามบินสุวรรณภูมิ

รวมทั้งเร่งผลักดันการใช้ Remote Tower เพื่อให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศได้จากศูนย์ควบคุมระยะไกล สำหรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินหนาแน่นน้อย ได้แก่ สนามบินนราธิวาส และเบตง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการให้บริการจราจรทางอากาศ

และเตรียมทดลองระบบ Digital Tower ใน Lab เพื่อประเมินประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าในการลงทุน ก่อนนำเข้าใช้งาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบิน ลดข้อจำกัดด้านต่างๆ รวมทั้งเร่งดำเนินการออกแบบและพัฒนาห้วงอากาศสำหรับสนามบินที่มีความซับซ้อนของการจราจร ทางอากาศ (Metroplex) 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา, กลุ่มสนามบินภูเก็ต กระบี่ อันดามัน (พังงา) และกลุ่มสนามบินเชียงใหม่ ลำปาง ล้านนา (ลำพูน) เพื่อลดความหนาแน่นของสนามบินหลัก

รายงานพิเศษ - วิทยุการบินเจาะ‘อินชอนโมเดล’

ห้องควบคุมจราจรอากาศสุวรรณภูมิ

การนำระบบเทคโนโลยีและประสบการณ์ด้านการบริหารจราจรทางอากาศ มาใช้พัฒนาระบบจัดการจราจรทางอากาศสำหรับอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ให้เกิดความปลอดภัย รวมทั้งร่วมขับเคลื่อนผลักดันให้เกิดการปฏิบัติการ บินอากาศยานทางทะเล หรือ Seaplane อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเปิดมิติใหม่ของการคมนาคมทางอากาศ

รายงานพิเศษ - วิทยุการบินเจาะ‘อินชอนโมเดล’

เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศของไทย

 

โดยวิทยุการบินฯ พร้อมที่จะขับเคลื่อน และพัฒนาระบบเทคโนโลยีในทุกด้าน เพื่อมีส่วนสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศ สนับสนุนนโยบายรัฐบาลให้ไปสู่เป้าหมาย เพราะเชื่อมั่นว่าจะส่งผลดี สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างขีดความสามารถให้ประเทศชาติต่อไป

รายงานพิเศษ - วิทยุการบินเจาะ‘อินชอนโมเดล’

เจ้าหน้าที่สนามบินอินชอนบรรยายสรุป

 

เตรียมใช้ระบบ Follow The Green

วิทยุการบินฯ เตรียมนำ Follow The Green ซึ่งเป็นระบบนำทางอัจฉริยะด้วยไฟสีเขียวบนพื้นทางขับมาใช้ เพื่อช่วยนำทางนักบินให้ตรงไปยังหลุมจอดได้อย่างแม่นยำ ซึ่งปัจจุบันใช้อย่างกว้างขวางในสนามบินระดับโลก อาทิ ท่าอากาศยานนานาชาติชางงี (สิงคโปร์), ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์) รวมไปถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน (เกาหลีใต้)

จะใช้ “ไฟสีเขียว” บนพื้นทางขับนำทางตามคำสั่งจากหอควบคุมการจราจรทางอากาศ โดยจะเชื่อมโยงกับระบบติดตามอากาศยานภาคพื้น ประกอบด้วย ระบบ Surface Movement Radar (SMR) และ Multilateration (MLAT) รวมกับแผนการบิน (Flight Plan) ซึ่งจะแสดงผลเป้าอากาศยานภาคพื้นสนามบินได้แบบเรียลไทม์ เพื่อคำนวณหาเส้นทางที่ดีที่สุดออกมา

รายงานพิเศษ - วิทยุการบินเจาะ‘อินชอนโมเดล’

คณะเยี่ยมชมสนามบินอินชอน

 

เมื่อเชื่อมต่อกับระบบ “ไฟสีเขียว” บนพื้นทางขับแล้ว จะส่งสัญญาณเปิดปิดไฟ นำทางได้อัตโนมัติ นำทางอากาศยานขาเข้าจากทางวิ่งไปยังหลุมจอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความผิดพลาดจากการสื่อสาร เพิ่มระดับความปลอดภัยในรันเวย์ สนามบินให้มากขึ้น ลดเวลาเคลื่อนที่ของอากาศยาน ประหยัดพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน รวมถึงเพิ่มความถูกต้องของข้อมูลจราจรทางอากาศ

“เรากำลังเร่งศึกษาระบบ Follow The Green เพิ่มเติม โดยบูรณาการร่วมกับบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อให้การใช้งานสอดคล้องกับมาตรฐานขององค์กรการบินระหว่างประเทศ (ICAO) คาดจะเริ่มใช้ได้ในปี 2570”

การศึกษาดูงานสนามบินอินชอนครั้งนี้ช่วยเติมองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ให้ บวท.นำมาต่อยอดพัฒนาระบบการจัดจราจรอากาศได้เป็นอย่างมาก หากสามารถนำมาปรับใช้กับสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินอื่นๆ ของไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม เป้าหมายศูนย์กลางการบินของภูมิภาคคงไม่ไกลเกินเอื้อม

ธีร์ โรจนประดิษฐ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน